Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bullet Today's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Entrepreneurship
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 SMEs
bullet2 IT
bullet2 Inno Edge
- An Oak by the window
- Marketing Click
- Green Mirror
- Let's talk urban
- Trading Edge

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2546








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2546
C-Industry จากบรรษัทภิบาล สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้
โดย สมศักดิ์ ดำรงสุนทรชัย
   

   
related stories

ปูนซิเมนต์ไทย ลำปาง
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา The Mastermind

   
www resources

โฮมเพจ เครือซิเมนต์ไทย

   
search resources

เครือซิเมนต์ไทย
ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง), บจก.
Cement


เครือซิเมนต์ไทย องค์กรที่เป็นประหนึ่งต้นแบบของ บรรษัทภิบาลแบบไทย กำลังปรับแนวความคิดทาง ธุรกิจใหม่อีกครั้ง เพื่อกาวสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งนี่อาจเป็นทิศทางการพัฒนาองค์กร ที่มีนัยสำคัญมาก อีกครั้งหนึ่งขององค์กรอุตสาหกรรมอายุกว่า 90 ปีแห่งนี้

การปรับตัวของเครือซิเมนต์ไทย ย่อมมิได้เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หากเป็นกระบวนการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ก่อนที่ จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างทางธุรกิจ เมื่อต้นปี 2542 ที่มีจุดเน้นอยู่ที่การให้ความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจหลัก (core business) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ ด้วย การพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายและการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นั่นอาจเป็นเพียงปฐมบทของการปรับเปลี่ยน ที่ผูกพันอยู่กับมิติของการแสวงหาทางรอดเพื่อการพลิกฟื้นจากวิกฤติการณ์ มากกว่าที่จะเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคต

ธุรกิจซีเมนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจพื้นฐานหลักของเครือซิเมนต์ ไทย ได้เริ่มปรับแนวความคิดในการดำเนินอีกครั้งในปี 2545 หากในครั้งนี้มิได้เป็นไปท่ามกลางการทุ่มเทงบประมาณไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยี หรือการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากต่างประเทศมาช่วยกำหนดทิศทาง แต่เป็นการให้ความสนใจต่อ กรณีการพัฒนาองค์กรและบุคลากรขึ้นจากปัจจัยของข้อเท็จจริง ภายใน ด้วยการนำแนวความคิด Constructionism มาเป็นพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้

"การพัฒนาองค์กรด้วยการพึ่งพิงปัจจัยทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรือเงินงบประมาณ อาจกระทำได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่เงื่อนไขและสภาวะทางธุรกิจปัจจุบันเปลี่ยน แปลงไปมากแล้ว ข้อเท็จจริงที่ทุกฝ่ายตระหนักดีอยู่ที่ปัจจัยว่าด้วยการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและสามารถแสดง ออกซึ่งศักยภาพต่างหากที่จะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำหรับการแข่งขันอย่างแท้จริง" เป็นคำบอกเล่าที่ นันทพงษ์ จันทร์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด สะท้อนออกมา

เครือซิเมนต์ไทย เลือกที่จะให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด เป็นบริษัทนำร่องสำหรับธุรกิจซีเมนต์ ในการ นำแนวความคิด Constructionism มาดำเนินการภายใต้โครงการ C-Cement (Constructionism-Cement Industry) หลังจากที่ได้เริ่มโครงการในลักษณะดังกล่าวมาแล้วในธุรกิจปิโตรเคมี (C-ChEPS) และธุรกิจกระดาษ (C-Pulp) ซึ่งทั้งหมดดำเนินไปท่าม กลางความมุ่งหมายที่จะให้ธุรกิจในเครือซิเมนต์ไทยทั้งระบบก้าวไปสู่การเป็น Constructionism Industry หรือ C-Industry

หลักความคิดพื้นฐานของการเป็น C-Industry อยู่ที่การเน้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการทำงานของพนักงานอย่างมีระบบทั้งด้านการคิด การพัฒนารูปแบบ การปฏิบัติ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาภายในของพนักงานเอง ภายใต้โครงการที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงบทบาทและเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในโครงการทักษะวิศวกรรมในอุตสาหกรรมซีเมนต์แบบบูรณาการ

คณะทำงานในโครงการ C-Cement ได้ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานตามแนวทาง Constructionism จากองค์กรในเครือซิเมนต์ไทยไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจปิโตรเคมี และธุรกิจกระดาษ รวม ทั้งได้ร่วมกับโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ซึ่งนับเป็นโรงเรียนในแบบ Constructionism ที่เข้มข้นที่สุดในปัจจุบัน ก่อนที่จะประเมินและกำหนดรูปแบบการสร้างกระบวนการเรียนรู้ในโครงการ C-Cement

พัฒนาการภายใต้โครงการดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยน ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ (Learner Centered Learning) ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี โดยอาศัยการทำโครงการ (Project Based Learning) เพื่อให้แต่ละคนมีโอกาสลงมือสร้างสิ่งต่างๆ ท่ามกลางการวิเคราะห์ปัญหา และ แสวงหาข้อมูล ซึ่งนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่

"ธุรกิจส่วนใหญ่ในอดีต มักกำหนดระบบการพัฒนาบุคลากรจากด้านบนสู่ด้านล่าง โดยหัวหน้าเป็นผู้กำหนดรูปแบบ เนื้อหา หรือแม้แต่วิธีการพัฒนาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งก็เหมาะสมกับธุรกิจในระดับหนึ่ง แต่วิธีดังกล่าวไม่สามารถช่วยพัฒนาบุคลากรของบริษัทให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แม้ว่าบริษัทจะทุ่มเท ทรัพยากรเพื่อการพัฒนาบุคลากรอย่างมากก็ตาม เพราะมิได้สร้างให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่จะนำไปพัฒนาตัวเองและขยาย ผลไปสู่การพัฒนาบริษัทในระยะยาว" ประเสริฐ ศิริวิกรานต์ ผู้จัดการส่วนซ่อมบำรุง ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ C-Cement ระบุ

ทัศนะว่าด้วยการพัฒนาบุคลากรที่ผู้บริหารปูนซิเมนต์ไทย ลำปาง ได้สะท้อนออกมา จึงมิได้ผูกพันบุคลากรขององค์กรให้เป็นเพียงพนักงานที่รอรับคำสั่งจากสายการบังคับบัญชา หากแต่พนักงานแต่ละคน ล้วนมีบทบาทในฐานะ Innovators ที่มีโอกาสในการทดลอง พร้อมทั้งนำเสนอความคิดมาสู่การปฏิบัติ ท่ามกลางการแลกเปลี่ยน (show and share) ซึ่งเปิดโอกาสให้ พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กรมากขึ้น และน่าที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ใน ลำดับต่อไป

นอกจากนี้ การปรากฏตัวขึ้นของโครงการ C-Cement โดยปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) อาจเป็นข้อต่อสำคัญที่หนุนนำแนวความคิด Constructionism ให้เป็นที่สนใจและเข้าใจในระดับ สาธารณะมากขึ้น รวมทั้งอาจก้าวหน้าไปไกลสู่การเป็นตัวแบบ (model) สำหรับการพัฒนาประเทศ ตามแนวความคิดว่าด้วย Nation that Learns ในอนาคตก็เป็นได้

   




 










current issue
past issue







 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | contact us

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย