เมื่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านช่องทางปกติกลายเป็นเรื่องยาก ตลาดสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ไทยจึงเริ่มเห็นโมเดลใหม่ๆ เกิดขึ้น โดย บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ได้เปิดตัว “PROPFINN” แพลตฟอร์มที่วางตำแหน่งเป็น Financial Advisor Marketplace ทำหน้าที่เชื่อมเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินทุน เข้ากับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่มีหลักประกันชัดเจน
จากฐานราก “CARFINN” สู่การแก้ Pain Point ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
แนวคิดของ PROPFINN ไม่ได้เริ่มต้นจากการนับหนึ่งใหม่ในธุรกิจการเงิน หากเป็นการต่อยอดจากประสบการณ์ของ “CARFINN” ซึ่งดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 9 ในการเป็นตัวกลางค้นหาสินเชื่อรถยนต์ที่เหมาะสมตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา CARFINN ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรที่เป็นสถาบันการเงินทั้งธนาคารและ Non-Bank รวมประมาณ 40 แห่ง ทำให้ทีมบริหารเข้าใจเงื่อนไขและความต้องการของแหล่งเงินทุนแต่ละประเภทมากขึ้น
คุณเกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพฟินน์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า “จาก CARFINN เราเปิดดำเนินธุรกิจมาเข้าปีที่ 9 แล้ว CARFINN ไปช่วยคนที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องของรถยนต์ เป็นตัวกลางในการค้นหาสินเชื่อรถยนต์ที่เหมาะสมตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน”
CARFINN จึงกลายเป็นฐานประสบการณ์สำคัญ ก่อนขยับมาสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทระบุว่ามีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินประมาณ 40 แห่ง และมองว่าประสบการณ์ในการทำงานกับผู้ให้บริการสินเชื่อหลายรูปแบบเป็นข้อได้เปรียบ เพราะแต่ละแห่งมีนโยบายและเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อแตกต่างกัน

จากรถยนต์มาถึงอสังหาริมทรัพย์ ความเหมือนอยู่ที่ “สภาพคล่อง” แต่ความแตกต่างอยู่ที่ขนาดและความซับซ้อนของธุรกรรม
เมื่อขยับจากตลาดรถยนต์มาสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ แม้จุดร่วมสำคัญจะอยู่ที่ปัญหา “สภาพคล่อง” ของผู้กู้ แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ขนาดและความซับซ้อนของธุรกรรม อสังหาริมทรัพย์หนึ่งแปลงอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงหลักร้อยล้านบาทหรือมากกว่านั้น การพิจารณาจึงไม่อาจจบลงเพียงคำถามพื้นฐานว่า “มีหลักประกันหรือไม่” แต่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกทั้งกรรมสิทธิ์ มูลค่าทรัพย์ สภาพคล่องของทำเล สถานะทางกฎหมาย ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ และการเลือกเงื่อนไขของแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมที่สุด
บริษัทมองเห็นปัญหาสำคัญสองฝั่งในตลาดอสังหาฯ ดังนี้
- ฝั่งเจ้าของทรัพย์: มีอสังหาริมทรัพย์ศักยภาพดีที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้ แต่ขาดสภาพคล่องระยะสั้น
- ฝั่งนักลงทุน: มีเงินทุนพร้อมลงทุน แต่ขาดช่องทางในการเข้าถึงดีลที่มีคุณภาพ ตรวจสอบได้ และมีความปลอดภัย
โจทย์ของตลาดจึงไม่ได้อยู่ที่การมี "ทรัพย์" หรือ "เงิน" เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการสร้างกลไกให้ทั้งสองฝั่งมาพบกันบนฐานข้อมูลที่เพียงพอ ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
โครงสร้างบริการและกระบวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
PROPFINN วางขอบเขตการให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การจับคู่แหล่งทุน (Matchmaking) การให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อ ไปจนถึงการคัดสรรทรัพย์ NPL (หนี้เสีย) และ NPA (ทรัพย์สินรอการขาย) จากสถาบันการเงิน รวมถึงการรับฝากขายทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
ปัจจุบันบนแพลตฟอร์มมีรายการทรัพย์รวบรวมไว้มากกว่า 1,000 รายการ โดยทรัพย์บางกลุ่มจากสถาบันการเงินมีระดับราคาต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ 30–50% ซึ่ง PROPFINN ทำหน้าที่คัดกรอง คัดสรร และนำเสนอให้นักลงทุนพิจารณา
อย่างไรก็ตาม หัวใจของโมเดลนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณทรัพย์บนระบบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การสร้าง “ความเชื่อมั่น” ในธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงกว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป สำหรับนักลงทุน การเห็นทรัพย์ราคาต่ำกว่าตลาดอาจไม่เพียงพอ หากปราศจากความชัดเจนในประเด็นสำคัญ
1. กรรมสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
2. สัญญามีความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายหรือไม่
3. การจดทะเบียนจำนองดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่
4. ทรัพย์สินนั้นสามารถเปลี่ยนกลับเป็นสภาพคล่องเงินสดได้จริงเพียงใดในอนาคต
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว PROPFINN จึงพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์และวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนนำเสนอ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงของทรัพย์ออกเป็นกลุ่ม สีเขียว (ความเสี่ยงต่ำ) สีเหลือง (ความเสี่ยงปานกลาง) และ สีแดง (ความเสี่ยงสูง) เพื่อให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจบนข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่โปร่งใสและชัดเจน
ในมุมมองของผู้กู้ PROPFINN ให้ความสำคัญกับการพิจารณาบริบทปัจจุบัน คุณเกียรติศักดิ์ชี้ให้เห็นว่า ผู้กู้ที่ถูกธนาคารปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าทุกรายจะมีปัญหาทางธุรกิจที่รุนแรง บางรายอาจติดขัดเพียงประวัติเครดิตในอดีตของกรรมการบริษัท ในขณะที่ผลประกอบการปัจจุบันฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว หน้าที่ของ PROPFINN คือการพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบันของผู้กู้ควบคู่กับคุณภาพของหลักประกัน เพื่อดูว่าปัญหาข้อจำกัดเหล่านั้นสามารถแก้ไขหรือออกแบบโครงสร้างทางการเงินใหม่ได้หรือไม่
ขอบเขตดีลของ PROPFINN ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดาและธุรกิจ SME โดยมีวงเงินตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง 50 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ขณะที่ผลตอบแทนของนักลงทุนในดีลโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับไม่เกิน 15% ต่อปี ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเฉพาะกรณี ทั้งนี้ บริษัทเน้นย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลประกอบการอธิบายโมเดลธุรกิจ ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เนื่องจาก PROPFINN ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ลงทุนเอง แต่เป็นผู้ประเมิน วิเคราะห์ และให้คำปรึกษา โดยสิทธิ์การตัดสินใจลงทุนสุดท้ายยังคงเป็นของนักลงทุนหรือสถาบันการเงิน

เมื่อ FinTech ไม่ได้หมายถึงการตัดคนออกจากกระบวนการ
ในขณะที่เทรนด์ FinTech ทั่วโลกพยายามตัดขั้นตอนของมนุษย์ออกแล้วแทนที่ด้วย AI เพื่อความเร็ว PROPFINN กลับเลือกเดินบนกลยุทธ์ "เทคโนโลยีควบคู่ผู้เชี่ยวชาญ" โดยวางตำแหน่งให้ AI เป็นเครื่องมือช่วยประเมินและรวบรวมข้อมูล ก่อนส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญและทีมบริหารพิจารณาในชั้นสุดท้าย
ด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและข้อกฎหมาย โดยพัฒนากระบวนการรักษาความปลอดภัยร่วมกับทีมกฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ข้อมูลของผู้ถือครองทรัพย์และนักลงทุนได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สะท้อนว่าในธุรกิจการเงินปัจจุบัน เทคโนโลยีไม่ใช่เครื่องมือสร้างความแตกต่างเพียงลำพัง แต่คือความสามารถในการผสมผสานระหว่าง "ความเร็วของเทคโนโลยี" เข้ากับ "ประสบการณ์ของคน"
กลยุทธ์การตลาดและการสร้าง 'Trust' ในทุก Segmentation
การตลาดของธุรกิจการเงินอสังหาริมทรัพย์มีความท้าทายเฉพาะตัว ไม่สามารถใช้เพียงคอนเทนต์ที่สร้างความสนใจชั่วคราว แต่ต้องสร้าง "ความเชื่อมั่น" (Trust) จนผู้ใช้กล้าส่งมอบข้อมูลทรัพย์สินหรือนำเงินทุนเข้ามาในระบบ
การตลาดของ PROPFINN วางอยู่บนหลักการแบ่งกลุ่มผู้บริโภค (Segmentation) ตามพฤติกรรม ได้แก่
- กลุ่ม Gen Z และ Gen Y: สื่อสารด้วยคอนเทนต์สั้น เข้าใจง่าย และเข้าถึงสะดวกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลยอดนิยม ทั้ง Facebook, Instagram, TikTok และสื่อคอนเทนต์ออนไลน์ต่างๆ
- กลุ่ม Gen X และนักลงทุนระดับสูง: ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ประวัติผลงานบริหาร (Track Record) ของผู้เชี่ยวชาญ และความมั่นคงขององค์กร
ด้วยเหตุนี้ PROPFINN จึงดึงเอาต้นทุนความน่าเชื่อถือจากการดำเนินธุรกิจ CARFINN มาตลอด 9 ปี มาเป็นรากฐานสำคัญ พร้อมมุ่งสร้าง Community ของ "คนจริง ทรัพย์จริง และทุนจริง" เพื่อตัดความเสี่ยงเรื่องข้อมูลไม่ครบถ้วนและการแอบอ้างในตลาด

โอกาสทางเศรษฐกิจและการขยายบทบาทในอนาคต
การขับเคลื่อนของ PROPFINN สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการเงิน จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ปล่อยสินเชื่อ ขยับมาสู่การเป็น Financial Advisor Marketplace ที่ช่วยจัดสรรเงินทุนไปสู่สินทรัพย์และผู้ประกอบการที่เหมาะสม
กลุ่มผู้ใช้บริการของ PROPFINN ในปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย SME ไปจนถึง บริษัทขนาดกลางและบริษัทมหาชน ที่เผชิญข้อจำกัดในการระดมทุนผ่านช่องทางปกติในช่วงที่สถาบันการเงินเข้มงวด นอกจากนี้ การเข้ามาร่วมคัดกรองทรัพย์ NPL และ NPA จากสถาบันการเงินเพื่อส่งต่อให้นักลงทุน ยังช่วยปลดล็อกสินทรัพย์ที่ถูกแช่แข็งให้กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปพัฒนาต่อยอด การก่อสร้าง และการจ้างงานในระบบ
ความท้าทายสำคัญหลังจากนี้คือการสร้าง "มาตรฐาน" ให้แก่ตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลาย ตั้งแต่ธนาคาร, Non-Bank, นักลงทุนรายย่อย ไปจนถึง Family Office
คุณเกียรติศักดิ์สรุปทิ้งทายถึงแนวคิดการเติบโตว่า สิ่งสำคัญของธุรกิจการเงินในยุคนี้คือการเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักการที่ว่า “Know who” อาจมีความสำคัญมากกว่า “Know how” เพราะความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สามารถเชื่อมโยงผู้กู้ ทรัพย์สิน นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญเข้าด้วยกันได้จริง
บทพิสูจน์ระยะยาวของ PROPFINN จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนทรัพย์หรือผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม แต่คือการพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนข้อมูลและเครือข่ายให้กลายเป็นธุรกรรมที่มีคุณภาพ โปร่งใส และสร้างความไว้วางใจได้อย่างยั่งยืนเพียงใด เพราะในโลกการเงิน ความเร็วอาจเรียกลูกค้าเข้ามาได้ในครั้งแรก แต่ความถูกต้องและความเชื่อมั่นเท่านั้นที่จะทำให้ธุรกิจคงอยู่ได้