28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Life

“ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” โครงการต้นแบบพัฒนาย่านเมืองเก่าสู่พื้นที่แห่งความสุข

“ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” โครงการต้นแบบพัฒนาย่านเมืองเก่าสู่พื้นที่แห่งความสุข

Untitled-1-Copy.jpg

เมื่อ CSR ไม่ใช่แค่การ “บริจาค” แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริงและต้องเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน “ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋”  โครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) เทศบาลเมืองลำพูน และบริษัท ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด ที่มุ่งพัฒนาพื้นที่เมืองเก่าลำพูนให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขกายสบายใจ คือหนึ่งในโครงการที่เข้าข่ายดังกล่าว

“ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” หรือ Lamphun Healing Town เป็นโครงการต้นแบบที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อย่าง บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทด้านชีวเภสัช (Biopharma) บริษัท ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด และเทศบาลเมืองลำพูน เพื่อพัฒนาพื้นที่ ถนนรถแก้ว ย่านเมืองเก่าลำพูน ให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขทั้งกายและใจ ผ่านการพัฒนาใน 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านสุขภาวะ มิติสิ่งแวดล้อม และมิติเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของลำพูน  โดยมีการลงนามครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2566

ซึ่งทาง GSK จะช่วยสนับสนุนลำพูน ซิตี้ แลป ในการดำเนินโครงการ Lamphun Healing Town เพื่อปรับปรุงทุกองค์ประกอบของ ถ.รถแก้ว เมืองลำพูน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น จัดการระบบแสงสว่าง ลดมลพิษทางอากาศ เพิ่มพื้นที่ออกกำลังกาย ร่มรื่น มีร่มเงา หายใจสะดวก

178160_0-Copy.jpg

จุดแข็ง “ลำพูน” เมืองเดินได้ เดินถึง

รศ. ดร.สิงห์ อินทรชูโต ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ “ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” ว่า จังหวัดลำพูนมีประชากรอยู่ราวๆ 405,955 คน อยู่ในเขตเมืองเก่า 11,000 คน มีผู้สูงอายุคิดเป็น 30.5% ของประชากรทั้งหมด มีจุดแข็งคือ เป็นเมืองที่เดินได้ เดินถึง, มีการดูแลผู้สูงอายุที่เข้มแข็งโดยเทศบาลเมือง, มีบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุม, มีกองแพทย์ของเทศบาลโดยเฉพาะ แยกกับกองสาธารณสุข, เป็นเมืองที่สงบไม่วุ่นวาย อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากเชียงใหม่ และไม่ไกลจากสนามบิน, มีศิลปวัฒนธรรมและเทศกาลมีเอกลักษณ์ตามต้นฉบับของล้านนา, ผู้คนเป็นมิตรและเมืองมีความปลอดภัย รวมถึงนายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดยังเข้าถึงง่าย เป็นกันเอง

แม้จะมีจุดแข็ง แต่ทว่า “ลำพูน” ก็มีความท้าทายเช่นกัน ทั้งในประเด็นของสุขภาวะ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ กระทั่ง รศ. ดร.สิงห์ ใช้คำว่า เมืองลำพูนกำลังเข้าขั้น ICU โดยมีระดับ PM 2.5 สูงมากในทุกปี มีอัตราโรคมะเร็งปอดสูงที่สุดในภาคเหนือ และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงลำดับต้นๆ ของประเทศ ด้านสิ่งแวดล้อม ยังขาดพื้นที่สีเขียว ต้นไม้กลางเมืองน้อยทำให้เมืองร้อน มีแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูมิปัญญาบรรพบุรุษเหือดแห้ง ในขณะที่ด้านเศรษฐกิจพบว่า มีการหดตัวของประชากร และ 30% เป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้, คนวัยทำงานออกไปอยู่เมืองอื่น, ขาดที่พักและร้านค้าคุณภาพสูง  และกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวมีน้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมือง

นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการต้นแบบ ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋ (Lamphun Healing Town) ที่เกิดจากการริเริ่มพัฒนาจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ประกอบกับมีงานวิจัยสนับสนุน จนนำไปสู่การต่อยอดเพื่อออกแบบพื้นที่ ออกแบบกิจกรรมด้านการส่งเสริมสุขภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

แนวคิดของโครงการก็คือ การทำให้ทุกองค์ประกอบของเมืองลำพูนช่วยเยียวยา ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น จัดการระบบระบายน้ำ จัดการระบบแสงสว่าง จัดการระบบสัญจร ลดมลพิษทางอากาศ

มิติด้านสุขภาวะทั้งกายและใจ (Health/Wellbeing) ด้านสุขภาพ โดยเพิ่มพื้นที่ออกกำลังกาย ร่มรื่น มีร่มเงา หายใจสะดวก พื้นที่ผ่อนคลายด้วยงานศิลป์

มิติเศรษฐกิจ (Economy) โดยเชื่อมโยงพื้นที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ให้เกิดความน่าลงทุน เน้นภาพลักษณ์ด้านสุขภาวะที่ดี

02-Copy.jpg

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ บริษัท ลำพูน ซิตี้ แลป จำกัด จะมีบทบาทในการเชื่อมประสานหน่วยงานทั้งรัฐ เอกชน และชุมชน ในจังหวัดลำพูน และดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่แห่งความสุขกายสบายใจ ถนนรถแก้ว ย่านเมืองเก่าลำพูน

โดยแผนพัฒนาระหว่างปี 2566-2567 จะเน้นการปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนถนนรถแก้ว และสร้างเส้นทางพระธาตุเชื่อมพระรอด, พัฒนาคลินิกตรวจสุขภาพปอดในชุมชน และพัฒนาโครงการต้นแบบผลิตภัณฑ์อัพไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ยา

สำหรับโครงการปรับปรุงถนนรถแก้ว เส้นทางพระธาตุหริภุญชัยเชื่อมกับพระรอดนั้น มีการปรับปรุงถนนรถแก้วความยาวกว่า 250 เมตร ให้เป็นถนนต้นแบบ ถนนสีเขียว และพื้นที่พัฒนาสุขภาวะสำหรับชุมชนเมือง และมีการปลูกต้นไม้เพิ่มร่มเงาและลดปัญหา PM 2.5 ไปในตัว

ซึ่งถนนรถแก้วถือเป็นถนนที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนา เนื่องจากเป็นถนนที่เชื่อม 2 วัดสำคัญของเมืองลำพูน ได้แก่ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และวัดมหาวัน (พระรอด) อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของคุ้มเจ้า 3 คุ้ม คือ คุ้มเจ้ายอดเรือน คุ้มเจ้าสุริยา และคุ้มเจ้าสัมพันธวงศ์ อีกทั้งยังมีอาคารหน่วยราชการรายล้อม ปัจจุบันถนนรถแก้ว มีการพัฒนาได้ตามแผนที่วางไว้

3-Copy.jpg

“สุขศาลา” จากโรงรับจำนำ สู่ศูนย์สุขภาพชุมชน

ล่าสุด Lamphun Healing Town คืบหน้าไปอีกขั้น เปิดตัว “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนถนนรถแก้ว ที่ดัดแปลงมาจากโรงรับจำนำเดิม เพื่อรับมือกับ PM 2.5 ส่งเสริมการดูแลสุขภาพปอดเชิงรุกแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจจากสภาพอากาศและมลภาวะ รณรงค์ตรวจสมรรถภาพปอดและคัดกรองเบื้องต้น เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพคนลำพูนให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย

ประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดลำพูนได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยลำพูนเป็นจังหวัดอันดับ 3 ของประเทศที่มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุสูงที่สุด และมีอัตราผู้สูงอายุประมาณ 32% ขณะที่ลำพูนเป็นหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทำให้การคัดกรองโรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพปอดมีความสำคัญยิ่ง เทศบาลจึงร่วมกับภาคเอกชน โดยบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) และ ลำพูน ซิตี้ แลป รวมถึงภาคประชาชน จัดกิจกรรม “ชาวหละปูนฮักปอด” พร้อมเปิด “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนถนนรถแก้ว ภายใต้โครงการ “ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” (Lamphun Healing Town) ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการดูแลสุขภาพของชาวลำพูน รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพเชิงรุก ส่งเสริมให้มีการตรวจสุขภาพปอดเป็นประจำ เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

178209-Copy.jpg

ซึ่งการเปิดตัว “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนถนนรถแก้ว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” ที่เทศบาลเมืองลำพูนริเริ่มตั้งแต่ปี 2566 โดยมีเป้าหมายในการยกระดับถนนรถแก้วเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งความสุขและสุขภาวะที่ดี ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดย “สุขศาลา” จะมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงรุกแก่ชาวลำพูน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์สุขภาพแห่งนี้จะให้บริการตรวจสมรรถภาพปอดและคัดกรองโรคระบบทางเดินหายใจ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) คอยให้คำแนะนำและประเมินสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชาวลำพูนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ

ด้าน รศ. ดร.สิงห์ อีกหนึ่งผู้มีบทบาทสำคัญของโครงการ กล่าวว่า "สุขศาลา” ถือเป็นสถานที่ให้บริการสุขภาพที่มีความใกล้ชิดกับผู้คนมานับแต่อดีต มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสุขภาพของสังคมไทยเช่นเดียวกับชาวจังหวัดลำพูน โดยทาง ลำพูน ซิตี้ แลป ได้ร่วมทำงานเชิงลึกกับนักออกแบบชุมชน เทศบาลลำพูน และทุกภาคส่วน รวมถึงประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาและออกแบบพื้นที่ “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนถนนรถแก้ว ตอบโจทย์การเข้ามาใช้บริการของประชาชน

178157_0-Copy.jpg

โดยมีบริการทั้งหมด 3 ส่วน คือ 1) การให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ 2) บริการตรวจสุขภาพโดยรวม และตรวจสมรรถภาพปอดเพื่อคัดกรองโรคเบื้องต้น และ 3) กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศน์ของย่านเมืองเก่าลำพูนให้สมบูรณ์และสวยงามยิ่งขึ้น ด้วยการนำศิลปะมาช่วยเยียวจิตใจ คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ท้องถิ่นความเป็นล้านนา เพื่อให้ชาวลำพูนมีความสุขกายสบายใจ ตลอดจนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

178161_0-Copy.jpg

อีกหนึ่งกำลังสำคัญอย่าง GSK โดยนางมาเรีย คริสติช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) กล่าวว่า GSK เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ จากปัญหาคุณภาพอากาศของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ จึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) และ ลำพูน ซิตี้ แลป จัดกิจกรรม “ชาวหละปูนฮักปอด” ภายใต้โครงการ “ลำพูน สุขก๋าย สบายใจ๋” (Lamphun Healing Town) ร่วมกับทางเทศบาลเมืองลำพูน เพื่อรณรงค์ให้ชุมชนตรวจสุขภาพและตรวจสมรรถภาพปอดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ ร่วมปกป้องสุขภาพของประชาชนชาวลำพูนให้ห่างไกลโรค สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข

178164_0-Copy.jpg
178165_0-Copy.jpg

รศ. นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ ประธานเครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) กล่าวว่า การตรวจคัดกรองสมรรถภาพปอดเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับการตรวจคัดกรองโรคอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เนื่องจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรังมักมีการดำเนินโรคที่ยาวนานโดยไม่มีอาการในระยะแรก โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพปอดมากขึ้น ดังนั้นการตรวจสมรรถภาพปอดด้วยเครื่อง Peak Flow Meter จะช่วยให้สามารถพบภาวะปอดอุดกั้นหรือโรคหืดได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่อาการจะรุนแรง ป้องกันและลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจเสมือนการป้องกันโรคไม่ติดต่ออื่น ๆ อีกทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของจังหวัด

178155_0-Copy.jpg

โดย “สุขศาลา” ศูนย์สุขภาพชุมชนถนนรถแก้ว จะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ตั้งแต่เวลา 8.00-12.00 น.