ชื่อเสียงของปอล เซซานน์ (Paul Cézanne) พันผูกกับภูเขาแซงต์-วิกตัวร์ (Sainte-Victoire) ของเมืองเอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์ (Aix-en-Provence) ทางใต้ของฝรั่งเศส และภาพ nature morte หรือที่เรียก still life ในภาษาอังกฤษ โดยมีแอ็ปเปิลเป็น “พระเอก” Cézanne et Paris เป็นนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ลุกซองบูรก์ (Musée du Luxembourg) จัดในฤดูใบไม้ร่วง 2011– ฤดูหนาว 2012 แสดงภาพเขียนของปอล เซซานน์อันเกี่ยวเนื่องกับกรุงปารีสและชานกรุง
ปอล เซซานน์เกิดที่เมืองเอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์ เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเอมิล โซลา (Emile Zola) นักเขียนเพื่อชีวิตของฝรั่งเศส เขาเดินทางไปปารีสตามคำชักชวนของเอมิล โซลา ได้พบปะกับอาร์ทิสต์กลุ่มบาติญอลส์ (Batignolles) ซึ่งมีเอดูอารด์ มาเนต์ (Edouard Manet) เป็นหลักที่ Café Guerbois ได้รู้จักกับอาร์ทิสต์อื่นๆ อย่างกามีย์ ปิสซาโร (Camille Pissarro) ปิแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir) โคล้ด โมเนต์ (Claude Monet) กีโยแมง (Guillaumin) ปอล เซซานน์เดินทางไปกลับระหว่างปารีสและเอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์นับ 20 ครั้งระหว่างปี 1861-1905 เขาเขียนรูปกรุงปารีสที่มองจากหน้าต่างห้องพักหรือดาดฟ้า ภาพที่ยกขาตั้งไปวาดนอกบ้านคือภาพ Rue des Saules à Montmartre, Halle aux vins, Seine à Bercy และแล้วกามีย์ ปิสซาโรก็ชักชวนเขาไปเขียนรูปกลางแจ้งแถบชานกรุงปารีส เช่น ปงต็วส (Pontoise) โอแวร์-ซูร์-อ็วส (Auvers-sur-Oise) ทำให้รู้จักกับปอล กาเชต์ (Paul Gachet) แพทย์ที่ดูแลวินเซนต์ วาน โก๊ก (Vincent Van Gogh) ในช่วงปลายของชีวิต และที่ป่าฟงแตนโบล (Fontainebleau) เป็นช่วงที่ปอล เซซานน์เขียนรูปแบบอิมเพรสชั่นนิสต์ แสดงภาพเขียนร่วมกับกลุ่มอิมเพรสชั่นนิสต์ 2 ครั้ง หลังจากนั้นปลีกตัวออกมาเขียนรูปในสไตล์ของตนเอง ซึ่งจิตรกรรุ่นใหม่ในยุคนั้นถือเขาเป็น “บิดาแห่งโมเดิร์นอาร์ต”
ปอล เซซานน์เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่นักวิจารณ์ศิลปะและพ่อค้างานศิลป์อย่างอองบร็วส โวลลารด์ (Ambroise Vollard) ซึ่งจัดนิทรรศการเดี่ยวของเขาถึง 2 ครั้ง เขาถึงแก่กรรมที่เอ็กซ์-ออง-โปรวองซ์ในปี 1906 หลังจากนั้น Salon d’automne ซึ่งเป็นนิทรรศการที่จัดโดยราชบัณฑิตยสภาสาขาวิจิตรศิลป์ได้นำภาพเขียนของปอล เซซานน์ 56 ภาพมาแสดง ถือเป็นการยกย่องให้เกียรติแก่จิตรกรผู้นี้
ในปี 2006 พิพิธภัณฑ์แห่งออร์เซย์ (Musée d’Orsay) จัดนิทรรศการ Cézanne et Pissarro นำภาพเขียนของปอล เซซานน์และกามีย์ ปิสซาโรมาเปรียบเทียบกัน เพราะจิตรกรดังสองคนนี้เคยไปเขียนรูปนอกสถานที่ด้วยกัน เป็นนิทรรศการที่ยิ่งใหญ่ หากค่อนข้างน่าเบื่อสำหรับตนเอง เพราะเห็นทิวทัศน์ที่ละม้ายกันจนหมดความตื่นเต้น
ในปี 2009 หนังสือพิมพ์ Le Figaro สำรวจความคิดเห็นชาวฝรั่งเศสทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับอาร์ทิสต์ศตวรรษที่ 20 ปรากฏว่าปอล เซซานน์มาอันดับ 1 ในประเภทจิตรกรโมเดิร์นอาร์ต ได้ 24.55% เฉือนปาโบล ปิกัสโซซึ่งได้ 24.08% ตามาด้วยซัลวาดอร์ ดาลี (Salvador Dali) 13.46% อองรี มาติส (Henri Matisse) 10.18% และวาสซิลี คันดินสกี (Vassily Kandinsky) 7.41%
การที่ปอล เซซานน์เฉือนคะแนนปาโบล ปิกัสโซ เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย ด้วยว่าเมื่อพูดถึงโมเดิร์นอาร์ต ใครๆ จะคิดถึงปาโบล ปิกัสโซก่อนอื่น และน่าผิดหวังที่อองรี มาติสได้คะแนนเพียง 10.18%
ส่วนจิตรกรยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon) มาเป็นอันดับ 1 ได้ 20.42% ตามมาด้วย เอ็ดเวิร์ด ฮอปเปอร์ (Edward Hopper) 20.01% แอนดี วาร์โฮล (Andy Warhol) 19.73% มาร์ค รอธโก (Mark Rothko) 11.07% และแจ็คสัน พอลล็อค (Jackson Pollock) 8.22%
ส่วนจิตรกรร่วมสมัย ปิแอร์ ซูลาจส์ (Pierre Soulages) ได้ 25.60% ลูเซียง ฟรอยด์ (Lucien Freud) 20.05% ยาน เป่ย หมิง (Yan Pei Ming) 10.14% โซฟี กาลล์ (Sophie Calle) 10.10% อองเซล์ม คีเฟอร์ (Anselm Kiefer) 8.04%
ในบรรดาประติมากร อัลแบร์โต จาโกเมตตี (Alberto Giacometti) มาเป็นอันดับ 1 ได้ 35.15% กงสต็องแตง บรองกูซี (Constantin Brancusi) 18.33% อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ (Alexander Calder) 1.31% เซซาร์ (César) 7.37% และเฮนรี มัวร์ (Henry Moore) 6.93%
อาร์ทิสต์ดังหลายคนได้คะแนนต่ำอย่างคาดไม่ถึง เช่น พีท มงดรีออง (Piet Mondrian) ได้เพียง 1.88% หรือ ริชาร์ด พรินซ์ (Richard Prince) และเจฟ คูนส์ (Jeff Koons) ที่ไม่ติด 5 อันดับแรก หรือปีเตอร์ ดอยก์ (Peter Doig) ที่ชื่อตกหายไป