29 ต.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Life

โจทย์ใหม่ขององค์กรไทย ปี 2570 ทำไม ‘ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย’ ถึงชนะใจพนักงาน Gen Z

โจทย์ใหม่ขององค์กรไทย ปี 2570 ทำไม ‘ความสัมพันธ์ที่มีความหมาย’ ถึงชนะใจพนักงาน Gen Z

image003 (1).jpg

"ประสบการณ์การทำงานที่ Tinder Thailand ย้ำเตือนเสมอว่าความสัมพันธ์ของผู้คนมักเริ่มต้นจากการที่เขาได้รับการมองเห็น เข้าใจ และการยอมรับ แม้เพียงบทสนทนาสั้น ๆ ในที่ทำงานหรือในชีวิตส่วนตัว และการที่เพื่อนร่วมงานสละเวลารับฟังเรื่องราวต่างๆ สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างความแตกต่าง ทำให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับผู้อื่นได้อย่างแท้จริง".....รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Tinder Thailand

ในอดีต พนักงานอาจเลือกองค์กรโดยพิจารณาจากปัจจัยอย่างฐานเงินเดือน ชื่อเสียงขององค์กร หรือความมั่นคง แต่สำหรับคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z พวกเขายังมองหาปัจจัยอื่น ๆ ทั้งการสร้างความสัมพันธ์ การได้รับการยอมรับ และวัฒนธรรมองค์กรที่สอดคล้องกับคุณค่าที่พวกเขายึดถือ ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่กำลังวางแผนการทำงานสำหรับปี 2570 ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพราะถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะดึงดูดและรักษาพนักงานรุ่นใหม่ให้เติบโตไปกับกับองค์กร

สิ่งที่พนักงานรุ่นใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก คือ วัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้พวกเขารู้สึกได้รับความเคารพและรับฟัง รวมถึงการการสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจกับเพื่อนร่วมงาน จากผลการวิจัยของ EY พบว่า 81% ของพนักงาน Gen Z ระบุว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน เช่นเดียวกับผลสำรวจจาก Deloitte’s 2026 Gen Z and Millennial Survey ในประเทศไทย ซึ่งระบุว่าพนักงานกว่า 81% มองว่าเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อนสนิท โดยกลุ่มคนที่มีมิตรภาพในที่ทำงานมีแนวโน้มที่จะมีความพึงพอใจในชีวิตที่สูงกว่า และตั้งใจที่จะทำงานอยู่กับองค์กรเดิมต่อมากกว่า 5 ปี

ถึงแม้ว่าผู้คนจะรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งในสังคมที่ทำงาน แต่ผลการสำรวจ Human Connection Survey โดย Match Group กลับพบว่า คนโสดในประเทศไทยถึง 85% กำลังเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยว โดยความเหงามักจะแทรกซึมเข้ามาในชีวิตประจำวันโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นอีกว่า 62% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังพยายามสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากขึ้น และ 87% กำลังมองรูปแบบใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์ แม้ความต้องการในการปฏิสัมพันธ์และเชื่อมโยงกับผู้อื่นจะชัดเจน แต่ผู้คนกลับรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง สิ่งเหล่านี้จึงกลายมาเป็นโจทย์สำคัญเกี่ยวกับการทำงานในอนาคตที่ฝ่ายบุคคลและผู้บริหารธุรกิจต้องหาคำตอบว่า “องค์กรจะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์ที่มีความหมายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานประจำวันได้”

องค์กรเปรียบเสมือน ‘สังคมขนาดเล็ก (Mini-society)’ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสร้างความสัมพันธ์และต้องการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง สำหรับองค์กรที่ต้องแข่งขันกันเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากร Gen Z  การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานจึงเป็นจุดสำคัญที่สร้างความแตกต่าง นอกเหนือจากเงินเดือนและโอกาสเติบโตในสายงาน

รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา_ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย_Tinder Thailand_1.jpg

งานวิจัยชี้ว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาวะของพนักงานและช่วยดึงดูดให้พนักงานอยู่ในองค์กรต่อไป อย่างไรก็ตาม จากรายงาน Gallup’s State of the Global Workplace 2026 ในประเทศไทย พบว่ามีพนักงานเพียง 34% เท่านั้นที่มีความผูกพันกับองค์กร ขณะที่อีก 60% กลับรู้สึกเฉย ๆ หรือไม่รู้สึกผูกพัน ผลสำรวจนี้สะท้อนให้ว่าองค์กรยังมีโอกาสอีกมากในการยกระดับประสบการณ์ในที่ทำงานของพนักงาน โดยองค์กรอาจเริ่มจากการนำการสร้างความสัมพันธ์มาเป็นเป็นวาระสำคัญ ตั้งคำถามกับเรื่องพื้นฐานอย่างโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน การปฏิสัมพันธ์ระหว่างทีม การพูดคุยกันระหว่างหัวหน้าและสมาชิกในทีม หรือการสนับสนุนการแบ่งปันความคิดเห็นอย่างเปิดกว้างภายในองค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานได้รับการสนับสนุนและสร้างคุณค่าได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่างการนำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติเห็นได้จาก VML Thailand ผู้นำด้านบริการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมลงนามในคำมั่นสัญญา Human Connection และเริ่มทำโครงการต่าง ๆ เช่น Passion Market รวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมตามความสนใจของพนักงาน Behind the Brief แชร์เรื่องราวเบื้องหลังการทำงาน ไปจนถึงการตรวจเช็กสุขภาวะทางใจ (Wellbeing check-ins) กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้พนักงานได้แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองหลงใหล ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การสร้างวัฒนธรรมที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์และการสนับสนุนซึ่งกันและกันไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในบริษัทเท่านั้น แต่เมื่อผู้คนได้เริ่มสร้างมิตรภาพที่มีความหมายในที่ทำงานแล้ว อาจเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าในแง่มุมอื่น ๆ ของชีวิต ทั้งในชุมชนและในสังคมต่อไป

ปัจจุบัน ความท้าทายของผู้นำด้านทรัพยากรบุคคล คือการทำให้ความสัมพันธ์ที่มีความหมายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานในทุก ๆ วัน ซึ่งแคมเปญ Human Connection เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้ผ่าน 4 หัวใจสำคัญ ได้แก่ การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกัน  การเพิ่มช่วงเวลาที่ผู้คนได้พบเจอกัน การสร้างความเข้าใจเรื่องความโดดเดี่ยวและการแยกตัวจากสังคม รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตและอารมณ์

นอกจากนี้คำมั่นสัญญา Human Connection ยังสนับสนุนให้องค์กรสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงที่มีความหมายในรูปแบบที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรและความต้องการของพนักงาน ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดวันสร้างความสัมพันธ์หรือ Connection Day จัดหาบริการให้คำปรึกษาเพื่อดูแลสุขภาพจิต เวิร์กช็อปพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ แคมเปญสร้างความรับรู้ภายในองค์กร ตลอดจนการอบรมให้กับหัวหน้าหรือผู้บริหารเพื่อให้รู้เท่าทันและพร้อมรับมือกับสัญญาณความโดดเดี่ยวของพนักงาน เป็นต้น

แคมเปญ Human Connection มุ่งหวังให้องค์กรนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อสนับสนุนการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายโดยเริ่มต้นจากที่ทำงาน และเป็นก้าวแรกในการจุดประกายความร่วมมือระดับประเทศ หากองค์กรต่าง ๆ ร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้คุณค่ากับความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ดูแลสุขภาพใจของพนักงาน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วยบรรเทาปัญหาความโดดเดี่ยวและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานยุคใหม่อีกด้วย

ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนเชื่อมต่อกันจนเกินพอดีรวมถึงเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น สิ่งสำคัญที่องค์กรควรกลับมาให้ความสำคัญคือความสัมพันธ์ที่มีความหมาย และทำให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรเพื่อประโยชน์ของพนักงานทุกคน โดยฝ่ายบุคคลขององค์กรสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการเปิดใจรับฟัง สร้างโอกาสในการปฏิสัมพันธ์ และดูแลสุขภาวะทางใจของพนักงานไม่ให้ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว รวมถึงการผนึกกำลังผ่านคำมั่นสัญญา Human Connection เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมขับเคลื่อนสังคมไปพร้อมกับองค์กรชั้นนำ

ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เพิ่มขึ้นของผู้คนในปัจจุบัน คือเครื่องเตือนใจอันเด่นชัดว่า ‘มนุษย์ไม่ได้ออกแบบมาให้อยู่ลำพัง’ และในวันที่พื้นที่ทางสังคมเริ่มลดน้อยลง องค์กรธุรกิจจึงมีบทบาทสำคัญในการเป็น ‘สังคมย่อย’ ที่สร้างความความสัมพันธ์ที่มีความหมาย ความเข้าใจ และส่งต่อพลังแห่งความเชื่อมโยงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป

โดย รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย Tinder Thailand