28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ ทุ่มทุนกว่า 5 พันล้านบาท เปิดสายการผลิตเครื่องดื่ม

เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ เปิดโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องดื่ม ด้วยงบลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ชูจุดเด่นนำเทคโนโลยี Eco-System การผลิตทันสมัยที่สุดแบบ Cold Aseptic Filling ลดการใช้พลาสติกที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ พร้อมรับมือการผลิตเต็มสูบทั้งใน และนอกประเทศและรอง…

import-594.jpg

เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ เปิดโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องดื่ม ด้วยงบลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท

บนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ชูจุดเด่นนำเทคโนโลยี Eco-System การผลิตทันสมัยที่สุดแบบ Cold Aseptic Filling ลดการใช้พลาสติกที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ พร้อมรับมือการผลิตเต็มสูบทั้งใน

และนอกประเทศและรองรับการเปิดตลาดเออีซี

พงศกร พงษ์ศักดิ์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจนเนอรัล เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้รับจ้าง

ผลิตสินค้าเครื่องดื่มให้กับแบรนด์ชั้นนำต่างๆหรือCo-packing เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เปิดโรงงาน

บนพื้นที่ 60 ไร่ ที่อำเภอ .สามพราน นครปฐมโดย รับจ้างผลิตสินค้าประเภทเครื่องดื่มให้กับแบรนด์ต่างๆในประเทศไทยและต่างประเทศด้วยงบประมาณในการลงทุนกว่า 5 พันล้านบาท โดยแผนการดำเนินงานสร้างโรงงานแห่งนี้แบ่งเป็น 3 เฟส ดังนี้ เฟสแรกใช้งบลงทุนประมาณ 1.2 พันล้านบาท

สร้างแล้วเสร็จและเริ่มเดินสายผลิตเมื่อช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนเฟส 2 คาดว่าจะสร้างเสร็จประมาณกลางปี 2557 และอีก 4-5 ปีข้างหน้าเฟสที่ 3 จะสร้างเสร็จครบพื้นที่ จนสามารถเป็นโรงงาน

รับจ้างผลิตเครื่องดื่มที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ เฟสแรก จะมีกำลังการผลิต 40,000 ขวดต่อชั่วโมง ถือเป็นไลน์การผลิตที่เร็วที่สุดใน

ประเทศในระบบ Aseptic PET ด้วยเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในโรงงานแห่งนี้มีความทันสมัยที่สุดใน

ภูมิภาคนี้ผสมผสานกับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก โดยได้นำเทคโนโลยี Eco-System การ

ผลิตใหม่ล่าสุดของโลก แบบ Cold Aseptic Filling ที่ใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรค และลดการใช้พลาสติกที่มีความหนาลง 50-60% แต่ยังคงสามารถบรรจุผลิตภัณฑ์ลงขวดในอุณหภูมิปกติ ทำให้

ได้รับคุณค่าสารอาหารจากเครื่องดื่มอย่างเต็มที่ แต่ยังคงคุณค่าของวิตามินและสารอาหารได้ดีกว่า

การผลิตแบบเดิม 5 เท่า โดยเครื่องจักรที่ใช้ผลิตภายในโรงงานส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส

และสวีเดน ภายใต้การดูแลร่วมกันของบริษัท ซีเดล (Sidel) และ บริษัทเต็ดตรา แพ็ค ทำให้มั่นใจ

คุณค่า ของเครื่องดื่มและลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้น พงศกร กล่าวว่า ขณะนี้ได้เดินสายโรดโชว์ใน

ประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน เพื่อสร้างการรับรู้ในการเป็นบริษัทฯรับ

จ้างผลิตเครื่องดื่มหลากหลายชนิด โดยทำได้ทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ ชา กาแฟ น้ำผลไม้ต่างๆ ได้แทบทุกแบรนด์ที่ต้องการเทคโนโลยีการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการผลิตไ

ด้จำนวนมาก โดยได้รับการตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก ปัจจุบันบริษัทฯได้รับจ้างผลิตเครื่องดื่มให้กับ

แบรนด์ชั้นนำในประเทศหลายๆ แบรนด์ และเริ่มมีแบรนด์อื่นๆทั้งในประเทศและต่างประเทศติดต่อเข้า

มากว่า 20 บริษัท

“การลงทุนสมัยนี้นั้นต้องคำนึงถึงลูกค้าและตลาดเป็นสำคัญ ที่นี่เราสามารถเอาเทคโนโลยี

ใหม่ๆ เข้ามาเพื่อให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนที่สิ้นเปลืองได้ และยังสามารถได้สินค้าที่ดีขึ้นกว่าระบบอื่นๆในการบรรจุใส่ขวดPET ซึ่งการลดต้นทุนในส่วนของ Packaging นั้น อาจจะไปเพิ่มคุณค่าให้ส่วนตัวน้ำของเครื่องดื่มให้ผู้บริโภคได้สิ่งที่ดีขึ้นด้วย การลงทุนนี้ทางบริษัทได้คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยระบบนี้จากการศึกษานั้นเป็นระบบที่มีทั้งความทันสมัย และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคน้อยมาก โดยไม่จำเป็นต้องใส่วัตถุกันเสียและมีอายุของผลิตภัณฑ์ที่ยาวโดยไม่จำเป็นต้องแช่เย็น และยังสามารถลดต้นทุนในการขนส่งอีกด้วย พูดง่ายๆก็คือลูกค้าประหยัดเงินและได้ของดีกว่าเดิม โดยใช้ระบบ Innovation ของเครื่องจักรเข้ามาช่วย”

อย่างไรก็ตามสาเหตุที่บริษัทฯดำเนินธุรกิจดังกล่าวนั้นเล็งเห็นว่าเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ จากการรายงานของเอ ซี นีลเส็น ระบุว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีอัตราการเติบโตทุกๆปี และมีผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากจะเข้ามาในตลาดนี้อีกเนื่องจากประเทศไทยมีอุณหภูมิที่ร้อนส่งผลให้ประชากรมีความต้องการบริโภคเครื่องดื่มดับกระหายเป็นจำนวนมาก จนเกิดเครื่องดื่มหลากหลายแบรนด์ออกมาแข่งขันกันอย่าง

ดุเดือดในตลาด ซึ่งบางแบรนด์ไม่ต้องการที่จะลงทุนสร้างโรงงาน เพื่อลดต้นทุนจึงมองหาบริษัทรับจ้างผลิตเครื่องดื่มที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยดูแล

นอกจากนี้บริษัทมีแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถให้คำปรึกษากับลูกค้าที่อยากทำสินค้าที่มีคุณภาพดีออกสู่ตลาดในหลายๆรูปแบบ เพราะสุดท้ายประโยชน์ก็จะตกไปอยู่กับผู้บริโภคเมื่อมีสินค้า

ที่มีคุณภาพให้เลือกมากยิ่งขึ้น

“จากการดำเนินธุรกิจดังกล่าวนั้นบริษัทมั่นใจว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ที่ดี โดยในปีแรก

ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่2 พันกว่าล้านบาท และคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นานจะสามารถคืนทุนได้ รวม

ถึงรองรับการเปิดตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 ” พงศกร กล่าวทิ้งท้าย