28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

พานาโซนิค ผนึก เสนา - เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง - สถาพร เอสเตท ทดลองระบบ Home IoT ค้นหาสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงาน

พานาโซนิค ผนึก เสนา - เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง - สถาพร เอสเตท ทดลองระบบ Home IoT ค้นหาสภาวะน่าสบายและประหยัดพลังงาน

Sathaporn-M-Model.jpg

พานาโซนิค และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับงานวิจัย “การทดลองระบบ Home IoT เพื่อทดสอบ ‘สภาวะน่าสบายและการประหยัดพลังงาน’ ในโครงการที่อยู่อาศัย” ผนึก 3 ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ เสนา - เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง – สถาพร เอสเตท ร่วมสร้างนวัตกรรมที่อยู่อาศัยแบบยั่งยืน ทดลองติดตั้งระบบ Home IoT ในบ้านตัวอย่างเพื่อค้นหาสภาวะอยู่สบายลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับคนไทย ด้านรัฐบาลไทยโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานและภาครัฐญี่ปุ่นโดยองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (NEDO) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมแสดงเจตจำนงสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมให้การสนับสนุนเพื่อขยายผลนำไปสู่ต้นแบบการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานในประเทศไทยในอนาคต

พานาโซนิคพัฒนาโซลูชั่นส์ Home IoT เร่งวิจัยค้นหาสภาวะน่าสบาย ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 

มร. มาซาอาคิ อิโซะดะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท พานาโซนิค อีเล็คทริค เวิร์คส์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ "Panasonic GREEN IMPACT" ซึ่งเป็นภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมแบบระยะยาวของพานาโซนิคทั่วโลก ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน  พานาโซนิคจึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายด้วยการสร้างโซลูชั่นส์ใหม่ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิคที่มีอยู่แล้ว ให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตในที่อยู่อาศัย โดยโซลูชั่นส์แรกที่พานาโซนิคคิดค้นเพื่อมาตอบโจทย์แนวคิดข้างต้น ด้วยการให้เทคโนโลยีอย่าง Home IoT และ algorithm มาช่วยควบคุม โดยคาดหวังว่าผลของการวิจัยจะทำให้สามารถค้นพบ “สภาวะน่าสบายภายในบ้าน” สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่อยู่อาศัยในอนาคตที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศไทย

001_มร.มาซาอาคิ.jpg

มร. ฮิเดคาสึ อิโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “พานาโซนิค ได้พยายามคิดค้นโซลูชั่นส์เพื่อมาตอบโจทย์แนวคิดด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เราได้มองเห็นความสำคัญของบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านต่าง ๆ ของมนุษย์  โดยเราเชื่อว่า “เมื่อบ้านได้มอบความสบายกายและใจให้กับผู้อยู่อาศัย ก็จะเป็นการช่วยลดการสร้างภาระให้กับโลก เกิดเป็นการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนได้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดโครงการวิจัยเกี่ยวกับสภาวะน่าสบายของคนไทยร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อคิดค้นระบบที่สร้างความน่าสบาย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้

โครงการนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2022 โดยมีการสร้างโมเดลที่อยู่อาศัยแบบจำลอง Zen Model ขึ้นที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจำลองบรรยากาศที่อยู่อาศัยในสภาวะน่าสบาย และทำการเก็บข้อมูล ก่อนจะนำไปสู่การทดลองกับบ้านจริงหลังแรกภายในบ้านตัวอย่างของโครงการเสนา แกรนด์โฮม บางนา กม. 29 โดยร่วมกับ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป เมื่อปลายปี 2023 ที่ผ่านมา

002_มร.ฮิเดคาสึ.jpg

ในปีนี้ พานาโซนิคจะเร่งเดินหน้าพิสูจน์การทำงานของระบบว่าสามารถเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการลดการใช้พลังงานภายในบ้าน โดยจะมีการทดสอบระบบในที่อยู่อาศัยจริง จำนวน 12 หลัง จากผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ  3 ราย ได้แก่ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) รวมถึง บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด ที่เป็นลูกค้าที่สำคัญกับพานาโซนิคมาอย่างยาวนาน ซึ่งแต่ละหลังมีการออกแบบอาคารที่โดดเด่นเฉพาะตัว ในบริบทที่ต่างกันไป นับเป็นโจทย์ที่น่าสนใจเพื่อใช้ในการทดสอบ พร้อมกันนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก สำนักส่งเสริมโครงการระหว่างประเทศ องค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (NEDO) ประเทศญี่ปุ่น ที่ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อช่วยผลักดันการศึกษาวิจัยให้บรรลุผลสำเร็จโดยเร็ว รวมถึงความร่วมมือจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ของประเทศไทย ในการสนับสนุนด้านข้อมูลพร้อมทั้งเตรียมผลักดันแนวคิดดังกล่าวนี้สู่นโยบายบ้านประหยัดพลังงานในอนาคต”

009_.jpg

ภาครัฐไทยและญี่ปุ่น ร่วมแสดงเจตจำนงสร้างความมั่นคงทางพลังงาน 

มร. ทาคาชิ นารุเสะ ผู้อำนวยการบริหาร สำนักส่งเสริมโครงการระหว่างประเทศ องค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (NEDO) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า "NEDO เป็นหนึ่งในองค์กรบริหารจัดการวิจัยและพัฒนาของรัฐที่ใหญ่ที่สุดภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (METI) โดยมีพันธกิจหลักคือการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในด้านพลังงาน เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มีเป้าหมายเพื่อนำผลการวิจัยมาใช้ในทางปฏิบัติและเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสังคม โดยการร่วมมือหลายประเทศ อาทิ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN), จีน,  อินเดีย, สหรัฐอเมริกา, และสหภาพยุโรป สำหรับประเทศไทย NEDO ได้มีความร่วมมือกับภาครัฐบาลทั้ง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น เพื่อดำเนินโครงการสาธิตหลายโครงการในด้านเทคโนโลยีการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานทางเลือก การลดคาร์บอน การปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรม

สำหรับการดำเนินโครงการทดลองระบบ Home IoT เพื่อทดสอบ “สภาวะน่าสบายและการประหยัดพลังงาน” ในโครงการที่อยู่อาศัย ที่ดำเนินการโดย บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น นับเป็นโครงการสำคัญที่จะนำไปสู่การลดใช้พลังงานในภาคที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต NEDO จึงได้ให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณเพื่อช่วยเร่งการทดสอบประสิทธิภาพและยืนยันความสำเร็จของระบบได้เร็วยิ่งขึ้น  และผลักดันให้การอยู่อาศัยในสังคมไทยให้มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (NET ZERO society) ได้รวดเร็วมากขึ้น

ด้านนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนเชิงความมั่นคงทางพลังงานที่สำคัญ เนื่องจากเป็นโครงการสาธิตเรื่องการอนุรักษ์พลังงานในภาคครัวเรือนในประเทศไทย โดยเน้นไปที่ระบบเครื่องปรับอากาศเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมาก ด้วยการนำใช้เทคโนโลยี IoT มาควบคุมช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศ พร้อมกับการออกแบบพื้นที่อย่างเหมาะสม โดยยังคงรักษาและสร้างสภาวะน่าสบาย หรือ Comfort Environment  ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัย สถานที่ตั้ง และรูปแบบของบ้าน โดยทางกรม ฯ จะช่วยให้คำปรึกษาด้านนโยบาย ช่วยประสานงานกับหน่วยงานอื่นและอำนวยความสะดวกต่างๆ และนำผลที่ได้จากโครงการไปขยายผลต่อรวมถึงการออกมาตรการส่งเสริมที่เกี่ยวข้องต่อไป

“โครงการสาธิตนี้เปรียบเสมือนการสร้างโชว์รูม ซึ่งหากสามารถขยายผลเทคโนโลยีที่โชว์อยู่ในเชิงพาณิชย์ได้ ก็จะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศได้ ถือว่าเป็นประโยชน์ทั้งกับประเทศไทยและญี่ปุ่น และถือว่าเป็นโครงการที่มาถูกที่ถูกเวลา ช่วยลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนซึ่งตอนนี้ค่าไฟมีราคาสูงขึ้นมาก และสอดคล้องกับแผนอนุรักษ์พลังงานปี 2022 ของกระทรวงพลังงานที่ส่งเสริมการใช้ IoT มาช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานในภาคครัวเรือนมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการนำนวัตกรรมด้านพลังงานมาใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย ตามกระแสโลกในปัจจุบัน”

012_.jpg

จุฬาฯ ใช้ระบบ BIM ผนึก Home IoT ค้นหาพบสภาวะน่าสบายและประหยัดไฟเกิดขึ้นได้จริง 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สรายุทธ ทรัพย์สุข คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “การดำเนินโครงการนี้เริ่มต้นจากสมมติฐานที่ว่าการเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส อาจไม่ใช่วิธีการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด และไม่ใช่อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไทย เราจึงทำการทดลองหาค่า Predicted Mean Vote (PMV) หรือสภาวะน่าสบายของคนไทย มาตั้งแต่ปี 2022  ผ่านโมเดลที่อยู่อาศัยแบบจำลอง ZEN Model ที่มีการเขียนแบบบ้านโดยใช้ระบบ BIM (Building Information Modeling)  และระบบต่าง ๆ ภายในบ้านถูกควบคุมด้วยระบบดิจิทัล Home IoT (the Internet of Things)

งานออกแบบการทดลองเพื่อหา Predicted Mean Vote (PMV) ในกลุ่มคนไทย ถือเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือกับทีมวิจัยของพานาโซนิค พยายามสรุปขึ้นมา เพื่อนำมาวางเงื่อนไขทดลองในพื้นที่ที่พักอาศัยในระดับต่าง ๆ และพิสูจน์การประหยัดพลังงานในสภาวะน่าสบายจริง  จนในปัจจุบันสามารถประมวลผลจากการทดลอง PMV ขั้นต้นได้ว่า เราสามารถจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ผู้พักอาศัยยังคงรู้สึกสบาย โดยที่ประหยัดค่าไฟได้จริง นอกจากนี้ขั้นตอนการเก็บข้อมูลและจัดการสภาวะภายในที่พักอาศัยด้วยการประยุกต์อุปกรณ์ IoT ผ่าน Platform BIM และ Digital Twin ก็ถือเป็นอีกความพยายามของทีมวิจัย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนตามเงื่อนไขที่สามารถรักษาสภาวะดังกล่าวได้

โดยในการจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ผู้พักอาศัยจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องปรับอากาศ พัดลม สวิตซ์ และเซนเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งทํางานผ่านอุปกรณ์และระบบ Comfort Air and Home IoT ของพานาโซนิค ภายในบ้านพักอาศัยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้น ขนาดประมาณ 140-180 ตารางเมตร อุปกรณ์ในการทดลองจะถูกติดตั้งตามการออกแบบที่เหมาะสมกับบ้านแบบต่าง ๆ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านซอฟต์แวร์ของพานาโซนิค ซึ่งส่งผลให้อาคารแต่ละหลังอาจมีจํานวน และตําแหน่งของอุปกรณ์แตกต่างกันไป โดยจะทําการทดลองเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อสังเกตประสิทธิภาพในแต่ละฤดูของประเทศไทย ซึ่งจะมีการวัดค่าและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการประสิทธิภาพการประหยัดงานของระบบ ผ่านการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ ความเร็วลม เป็นต้น

016_.jpg

เสนา - เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง – สถาพร เอสเตท สนับสนุนบ้าน 12 หลัง เพื่อการวิจัยร่วมค้นหา ‘สภาวะน่าสบายและการประหยัดงาน’

ดร. เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยเพื่อค้นหาสภาวะน่าสบายมาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยการให้พานาโซนิคได้ทำการทดสอบระบบในบ้านตัวอย่างของโครงการเสนา แกรนด์ โฮม บางนา กม.29 เมื่อช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา เนื่องจากเล็งเห็นว่าเป็นโปรเจคที่ให้คุณค่าต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ตรงกับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์พลังงานของเสนาดีเวลลอปเม้นท์ “SENA Low Carbon” ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตแบบ Decarbonized Lifestyle ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดของการใช้ชีวิต ไม่เพียงแค่พัฒนาที่อยู่อาศัยคุณภาพ แต่ยังพัฒนาสินค้า บริการ และธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกช่วงวัย ลูกบ้านสามารถใช้ชีวิตรักษ์โลกได้ง่าย ๆ และเป็นส่วนหนึ่งในการลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ได้ให้การสนับสนุนบ้านตัวอย่าง โครงการเสนา วิลเลจ บางนา กม. 29 จำนวน 4 หลัง แบ่งออกเป็น บ้านแฝด THANN+ จำนวน 2 หลัง ขนาดประมาณ 35 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 165 ตร.ม. และบ้านทาวน์โฮม THEE+ จำนวน 2 หลัง ขนาดประมาณ 27 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 140 ตร.ม. สำหรับใช้ในการทดลอง ซึ่งบริษัทฯ  หวังว่าจะสามารถนำไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวคิด SENA Low Carbon ทั้งในด้านประหยัดพลังงาน และความสะดวกสบายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย”

SENA-THANN-.jpg

นายสมนึก ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ ถือเป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานกว่า 30 ปี พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด Home Expert Living Care ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในโครงการเพื่อเพิ่มมูลค่าและความสะดวกสบาย รวมถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ด้วย Innovation นวัตกรรมดีไซน์ เชื่อมโยงเทคโนโลยี มี  Product Roadmap  คอนเซ็ปต์ NCXT  (NC Cross Innovation & Home Technology)ช่วยให้ผู้อยู่อาศัย มีความสะดวกสบาย ปลอดภัย Smart Eco และ มีสุขภาพที่ดี  Smart Care ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี Well Living ดังนั้นการได้ร่วมมือกับ พานาโซนิคในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยสู่ความยั่งยืน และประหยัดพลังงานเพื่อคนไทย โดยทางบริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนบ้านตัวอย่างในโครงการ บ้านฟ้ากรีนเนอรี่ NEOLA รังสิต คลอง 2 เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย จำนวน 4 หลัง แบ่งออกเป็น บ้านแฝด Modish จำนวน 2 หลัง ขนาดพื้นที่ 39 ตารางวา  พื้นที่ใช้สอย 140  ตารางเมตร และบ้านเดี่ยว Louis จำนวน 2 หลัง ขนาด  57 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 155 ตารางเมตร  ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ An Environment Designed for Better Living ที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม Active Green การเชื่อมโยงสู่ความเป็นบ้านสภาวะน่าสบาย ภายในบ้าน ตรงตามแนวคิด ของการพัฒนาโครงการอย่างยั่งยืน ของเอ็น.ซี”

แบบบ้านเดี่ยว-lousi.jpg
NC-Housing4.jpg

ทางด้าน นายสุนทร สถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด กล่าวว่า “สถาพร เอสเตท เป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการความยั่งยืนในทุกกระบวนการทั้งด้านธุรกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์พลังงาน ทีมงานสถาพรทุกคนยึดถือแนวคิดนี้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทุกโครงการและทุกทำเล

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ บริษัทฯ มอบบ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว จำนวน 4 หลัง จากโครงการ ดิ อิเธอร์นิตี้ กรีนวู้ด รังสิต- วงแหวน (THE ETERNITY GREENWOOD Rangsit - Wongwaen) ที่ได้รับ 4 รางวัล Thailand Energy Award จากกระทรวงพลังงาน โดยเป็นการสนับสนุน บ้านเดี่ยวแบบ Companion จำนวน 1 หลัง ขนาด 53.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 220 ตารางเมตร และบ้านเดี่ยวแบบ Beloved จำนวน 3 หลัง ขนาด 50.6 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 185 ตารางเมตร ให้ Panasonic ได้ทำการวิจัยอย่างอิสระ เพื่อให้ได้แนวทางอันเป็นประโยชน์ต่อการอยู่อาศัยที่ดี ภาวะน่าสบาย และการบริหารจัดการพลังงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อต่อยอดนวัตกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับประเทศไทย  โดยหวังจะสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้ไปพัฒนางานสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และเทคโนโลยี ให้เข้าด้วยกันแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นบ้านที่ยั่งยืนมากขึ้น ในเจนเนอเรชั่นถัด ๆ ไปของสถาพร เอสเตท”