VEOCEL™ แบรนด์เส้นใย Nonwoven ภายใต้ Lenzing ขยายการผลิตที่โรงงานในจังหวัดปราจีนบุรี โดยนับเป็นการเริ่มผลิตเส้นใย lyocell สำหรับ Nonwoven ครั้งแรกในเอเชีย โรงงานแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565 มีกำลังการผลิต 100,000 ตันต่อปี โดยก่อนหน้านี้มุ่งเน้นการผลิตเส้นใยสำหรับสิ่งทอ และปัจจุบันสามารถผลิตเส้นใย lyocell สำหรับ Nonwoven ภายใต้แบรนด์ VEOCEL™ ได้โดยตรง เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดเส้นใยดังกล่าวผลิตจากวัตถุดิบจากไม้และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ Nonwoven คุณภาพสูง ครอบคลุมตั้งแต่ผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก แผ่นมาส์กหน้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน

Patricia A. Sargeant (แพทริเซีย เอ. ซาร์เจนท์) Executive Vice President, Nonwovens ของ Lenzing AG
ตอบโจทย์เอเชียด้วยการผลิตในภูมิภาค
ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี Lenzing เป็นผู้นำด้านการผลิตเส้นใย lyocell โดยขับเคลื่อนความยั่งยืน พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และยกระดับมาตรฐานของเส้นใยเซลลูโลส การขยายการผลิตครั้งนี้ช่วยให้เส้นใยเข้าถึงลูกค้าและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม Nonwoven ทั่วเอเชียได้ใกล้ยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ VEOCEL™ ที่มีต่อภูมิภาค ด้วยการผลิตในประเทศไทย ผู้ผลิตและแบรนด์พาร์ทเนอร์สามารถวางใจในความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่ดียิ่งขึ้น พร้อม lead time ที่สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
การผลิตภายในภูมิภาคยังช่วยลดระยะทางในการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยการจัดหาเส้นใยจากแหล่งผลิตในเอเชียแทนการนำเข้าจากโรงงาน lyocell ของ Lenzing ในออสเตรีย ช่วยลดความจำเป็นในการขนส่งข้ามทวีป สิ่งนี้มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง และสนับสนุนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของทั้ง Lenzing และพันธมิตรในเอเชีย
“การขยายการผลิตครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแบรนด์ VEOCEL™ และอุตสาหกรรม Nonwoven ในเอเชีย” แพทริเซีย เอ. ซาร์เจนท์ Executive Vice President, Nonwovens ของ Lenzing AG กล่าวในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ จังหวัดปราจีนบุรี
“ปัจจุบัน เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนลูกค้าของเราด้วยความรวดเร็ว ความมั่นคง และความยั่งยืนที่ดียิ่งขึ้น เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความร่วมมือที่ได้สร้างขึ้นมา และเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกมากในอนาคต เราเชื่อว่าความก้าวหน้าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ด้วยการนำเสนอเส้นใย lyocell จากไม้ที่สามารถย่อยสลายได้ และมีแหล่งผลิตในภูมิภาค เราจึงสามารถสนับสนุนพันธมิตรในเอเชียในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดทำความสะอาด (wipes) และสินค้าด้านสุขอนามัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่งในระดับโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ”

Krishna Manda (กฤษณะ มันดา) Global Head of Sustainability ของ Lenzing Group
ต่อยอดบนรากฐานแห่งความยั่งยืน
โรงงานในจังหวัดปราจีนบุรีสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Lenzing ในการผลิตเส้นใยอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการผลิตเส้นใย VEOCEL™ Lyocell ใช้กระบวนการผลิตแบบปิด (closed-loop) ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้ทรัพยากร และช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำในระดับต่ำ โรงงานแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของ Lenzing โดยตั้งเป้าใช้พลังงานชีวมวล 95% ภายในปี 2570 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนใน Scope 1 และ 2 ภายในปี 2573
“โรงงานในประเทศไทยของเราถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการเติบโตในอนาคตและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ท้าทายของเรา” กฤษณะ มันดา Global Head of Sustainability ของ Lenzing Group กล่าว
“การขยายขีดความสามารถของโรงงานสำหรับเส้นใย VEOCEL™ สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในนวัตกรรมที่ยั่งยืน เมื่อสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Nonwoven ในภูมิภาคให้เปลี่ยนผ่านจากเส้นใยสังเคราะห์จากฟอสซิลไปสู่ทางเลือกที่ย่อยสลายได้จากเซลลูโลส เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและก้าวไปข้างหน้าร่วมกันในบทใหม่ของการเติบโตนี้”

โรงงานแห่งนี้ใช้กระบวนการผลิตที่ได้รับการปรับให้เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ความสบายต่อผิวสัมผัส และคุณสมบัติด้านความยั่งยืนที่เป็นจุดเด่นของ VEOCEL™ โดยการเชื่อมโยงการผลิตในระดับท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล Lenzing เดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเส้นใยที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับ "กลุ่มบริษัทเลนซิง" เป็นผู้นำในการผลิตเส้นใยพิเศษและเส้นใยพรีเมียมจากเซลลูโลสที่สร้างขึ้นใหม่ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม เลนซิงเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตสิ่งทอและวัสดุไม่ถักทอทั่วโลก และขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย เส้นใยคุณภาพสูงของกลุ่มบริษัทเลนซิงเป็นวัตถุดิบสำหรับการใช้งานสิ่งทอที่หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดี สวมใส่สบาย และทันสมัย ไปจนถึงสิ่งทอสำหรับของใช้ในบ้านที่ทนทานและยั่งยืน เส้นใยเลนซิงที่ได้รับการรับรองจาก TÜV ว่าย่อยสลายได้ทางชีวภาพและสามารถนำไปทำปุ๋ยหมักได้ ยังเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงในผลิตภัณฑ์สุขอนามัยในชีวิตประจำวัน
รูปแบบธุรกิจของกลุ่มบริษัทเลนซิงขยายขอบเขตไปไกลกว่าการเป็นผู้ผลิตเส้นใยแบบดั้งเดิม ด้วยความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร เลนซิงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพิ่มมูลค่าให้กับผู้บริโภค กลุ่มบริษัทเลนซิงมุ่งมั่นในการใช้และแปรรูปวัตถุดิบทั้งหมดอย่างมีประสิทธิภาพ และนำเสนอโซลูชันสำหรับการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสิ่งทอจากระบบเศรษฐกิจเชิงเส้นตรงในปัจจุบันไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการจำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ตามเป้าหมายของข้อตกลงปารีส เลนซิงมีแผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนและอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำหนดให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1, 2 และ 3) อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573 และมีเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี 2593
ทั้งนี้ในปี 2568 กลุ่มบริษัทเลนซิง มีรายได้ 2.60 พันล้านยูโร มีกำลังการผลิต (เส้นใย) 1,110,000 ตัน