28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

New&Trend

KCG พร้อมยกระดับสู่ Regional Player ก้าวข้ามจากผู้นำในประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค

KCG พร้อมยกระดับสู่ Regional Player ก้าวข้ามจากผู้นำในประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค

ภาพประกอบข่าว-11-1-Copy.jpg

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG เจ้าของแบรนด์คุ้กกี้กล่องแดงในตำนานที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน อย่าง ‘อิมพีเรียล’ อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณ์อาหารหลากหลายแบรนด์ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาในตลาดกันเป็นอย่างดี ใช้เวที THAIFEX Anuga Asia 2026 ออกมาประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ ที่พร้อมเดินหน้าขยายอาณาจักรจากการเป็นผู้นำในประเทศ (Local Leader) สู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค (Regional Player) อย่างเต็มสปีด

KCG นับเป็นผู้เล่นรายใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมใน 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (Diary Product) 2. ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการประกอบอาหารและเบเกอรี่ (Food and Bakery Ingredients – FBI) และ 3. ผลิตภัณฑ์บิสกิต แครกเกอร์ เวเฟอร์ และเยลลี่ (Biscuits, Crackers, Wafers & Jelly Product) มีแบรนด์ในเครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘อลาวรี่’  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนยและชีส ที่ครองยอดขายอันดับ 1 ยาวนานถึง 10 ปีซ้อน รวมถึง ‘ซันควิก’ น้ำผลไม้เข้มข้นที่มียอดขายในไทยกว่า 800,000 ขวดต่อปี รวมถึงแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในท้องตลาด

ตลอดระยะเวลามากกว่า 60 ปีที่ดำเนินธุรกิจมา KCG มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2568 ที่ผ่านมา KCG สร้างสถิติ New High ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ด้วยการสร้างรายได้จากการขายไปถึง 8,645.5 ล้านบาท เติบโต 11.6% มีกำไรสุทธิ 503.3 ล้านบาท และเติบโตถึง 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ภาพประกอบข่าว-1_0_1-Copy.jpg

ทั้งนี้ KCG ยังรั้งตำแหน่งอันดับ 1 ตลาดเนยของประเทศไทย ต่อเนื่องยาวนานถึง 10 ปีซ้อน ภายใต้แบรนด์ Allowrie ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารและเบเกอรี่ (FBI) อย่าง แบรนด์ Imperial และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ ยังติดอันดับ Top 5 และกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต (Biscuits) ก็เป็น 1 ใน 5 แบรนด์ที่ครองใจคนไทย โดยมี “อิมพีเรียล” เป็นแบรนด์เรือธงด้วยสินค้าคุกกี้กล่องแดงในตำนาน

ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตของ KCG เป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2016–2025) เพราะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีรายได้เป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Consecutive Growth) แม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของกำไรอยู่ที่ประมาณ 12-15% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีแบรนด์ “Allowrie” (อลาวรี่) ครองตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 มากว่า 10 ปี ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C

ภาพประกอบข่าว-2_02-Copy.jpg

ตอกย้ำความเป็น Trusted Provider ด้วย KCG Value Chain เพื่อสร้าง “ความสุขอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ KCG ได้นำกลยุทธ์ “ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain)” มาใช้ โดยการจัดทัพทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมพลังของทุกภาคส่วนให้สอดประสานกันอย่างลงตัว ซึ่งการผสานศักยภาพนี้ช่วยให้ทุกฟันเฟืองของธุรกิจขับเคลื่อนไปได้รวดเร็วและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ตอบโจทย์ทั้งกลยุทธ์การเติบโตและการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยผ่าน 5 กิจกรรมหลัก คือ

1. การจัดหาวัตถุดิบหลัก และสินค้า (Raw Material & Trading Goods Sourcing)

2. การผลิต (Operations)

3. การจัดการคลังสินค้า การจัดส่ง และกระจายสินค้า (Warehouse Distribution & Logistics)

4. การตลาดและการขาย (Marketing & Sales)

5. การเป็นพันธมิตรผู้สร้างสรรค์โซลูชันเบเกอรีและอาหารอย่างครบวงจร (Seamless Solution Provider)

นายดำรงชัย-วิภาวัฒนกุล-ประธานเจ้า.jpg

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “การมีห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ที่เข้มแข็งเป็นรากฐานสำคัญที่ตอกย้ำการเป็น ‘Trusted Provider’ ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดจากการนำเสนอโซลูชั่นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสถานะที่เราไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับการมอบให้จากความไว้วางใจของพันธมิตรด้วยผลงานที่สร้างมาอย่างยาวนาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ KCG มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ระดับภูมิภาคให้ได้”

หัวใจสำคัญสู่การเป็น “Trusted Provider”

คุณดำรงชัยให้ข้อมูลต่อว่า หัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ KCG ก้าวสู่การเป็น “Trusted Provider” ประกอบไปด้วย

1.การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับสากลในกลุ่มธุรกิจ B2B

เน้นการสร้างพันธมิตรระยะยาวกับพาร์ทเนอร์ด้วยจรรยาบรรณการรักษาความลับทางการค้าและไม่ผลิตสินค้าแข่งกับคู่ค้า ผสานกับการช่วยคู่ค้าศึกษาอินไซต์เชิงลึกจนเกิดเป็น Success Stories ในตลาดโฟกัสหลักอย่าง เวียดนาม ที่มีการปรับรสชาติและบรรจุภัณฑ์ Imperial Cookies ให้พรีเมียมถูกปากคนท้องถิ่น พร้อมปรับ Packaging ให้มีความหรูหรา เหมาะสำหรับการมอบเป็นของขวัญ ส่งผลให้ได้รับการตอบรับที่ดีในตลาด

สำหรับประเทศญี่ปุ่น KCG เน้นการพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้า ทั้งสูตรและขนาดตามมาตรฐาน ความปลอดภัยสากล พร้อมดูแลหลังการขายเพื่อเติบโตไปกับคู่ค้า รวมถึงโอกาสสำคัญในตลาดมีความต้องการสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์จากนม (Dairy Products) สูงอย่าง ฟิลิปปินส์ ที่นิยมรสชาติที่มีความ Creamy ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดเนยและชีสแบรนด์ Allowrie

2.การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้ส่งมอบไลฟ์สไตล์ในกลุ่มธุรกิจ B2C

เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ผลิตสู่การเป็นผู้ส่งมอบนวัตกรรมอาหารที่เข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของผู้บริโภค ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง (Urban Lifestyle Solutions) ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดี (Health & Wellness Innovation) พร้อมยกระดับการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงใจผู้บริโภคทั่วภูมิภาคอาเซียน (Brand Building Across ASEAN Markets)

โดยมุ่งยกระดับแบรนด์หลักของบริษัทให้เติบโตในระดับภูมิภาค ผ่านการสร้าง Brand Awareness และ Consumer Engagement ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ในแต่ละประเทศ ภายใต้แนวคิด “Global Quality with Local Relevance”

3. การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค (Regional Player)

การก้าวข้ามจากผู้นำในประเทศสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค (From Local Leader to Regional Player) คือหัวใจหลักของเป้าหมายในอนาคตที่ KCG มุ่งมั่นขับเคลื่อน โดยตั้งเป้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน

ภาพประกอบข่าว-12-1-Copy.jpg

ปัจจุบัน KCG ไม่เพียงวางจำหน่ายในประเทศ แต่ยังมีเครือข่ายการส่งออกครอบคลุมกว่า 20 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดในอาเซียนและเอเชีย ได้แก่ เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เมียนมา มาเลเซีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สปป.ลาว อินโดนีเซีย บรูไน ภูฏาน มองโกเลีย สินค้าหลักที่ส่งออก ได้แก่ เนยและชีส ภายใต้แบรนด์ Allowrie, บิสกิต แครกเกอร์ และเวเฟอร์ ภายใต้แบรนด์ Imperial รวมถึง วัตถุดิบเบเกอรี่และอาหาร เช่น น้ำผลไม้เข้มข้น และส่วนผสมสำหรับทำเบเกอรี่ ซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์นมและเบเกอรี่ของไทยในระดับสากล