การพึ่งพาตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวแบบเน้นปริมาณกำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อภาครัฐและภาคเอกชนจับมือรื้อแนวคิดเดิม ผ่านร่าง ‘แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4’ ปักธงยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและคุณภาพระดับสากล
โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในอีกครึ่งทศวรรษข้างหน้า ไม่ใช่การแข่งขันที่จำนวนผู้มาเยือน แต่คือการสร้าง “คุณค่าเชิงเศรษฐกิจ” ที่กระจายลงสู่ฐานรากอย่างแท้จริง การประชุมร่วมระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการจัดทำ แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) จึงเปรียบเสมือนการวางหมุดหมายใหม่ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก” (Thailand as a World-Class Quality Tourism Destination)
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ให้เห็นทิศทางสำคัญว่า แผนพัฒนาฯ ฉบับนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงกรอบนโยบายในกระดาษ แต่เน้นการแปลงไปสู่การปฏิบัติจริงผ่าน 5 เสาหลักยุทธศาสตร์ ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value), การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability), การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (Competitiveness), การสร้างระบบที่ยืดหยุ่นพร้อมรับความเสี่ยง (Resilience) และการบริหารจัดการด้วยข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วน (Connectivity)

ปรับโครงสร้างเพื่อปลดล็อกการลงทุน และกระจายประโยชน์สู่ท้องถิ่น
หัวใจสำคัญของการยกเครื่องแผนชาติครั้งนี้ คือการปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่เป็นคอขวดของอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การพัฒนากำลังคนให้สอดรับกับเทรนด์โลก การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุน ไปจนถึงการรับมือกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและการบริหารจัดการภัยพิบัติ
นอกจากนี้ การจัดสรรงบประมาณและการกำหนดตัวชี้วัด (KPIs) จะถูกปรับให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายตอบโจทย์การสร้างรายได้ที่กระจายลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

เสียงสะท้อนจากภาคเอกชน พายเรือตามน้ำ หรือปรับตัวเพื่อรอด?
ในเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง ตัวแทนจากภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญในวงการได้ร่วมสะท้อนประเด็นท้าทายที่ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญในโลกยุคใหม่
“เมื่อโลกเปลี่ยน การท่องเที่ยวไทยจะอยู่อย่างไรให้ยั่งยืน”
— ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวรับกรอบความยั่งยืนใหม่ของโลกที่ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป
“การแข่งขันครั้งใหม่ของการท่องเที่ยวไทย: เราต้องเปลี่ยนอะไรเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
— กิตติ พรศิวะกิจ ประธานคณะกรรมการ Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เน้นย้ำถึงการยกระดับศักยภาพและการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน

“เมื่อการท่องเที่ยวทำให้ชุมชนเติบโต: จากผู้มาเยือนสู่คุณค่าที่คืนกลับสู่พื้นที่”
— สมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งและ CEO บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด สะท้อนโมเดลธุรกิจที่ต้องคืนคุณค่าและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเจ้าของพื้นที่
“นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กำลังมองหาอะไรจากประเทศไทย”
— กมลเนตร เรืองศรี อินฟลูเอนเซอร์และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านการท่องเที่ยว ถ่ายทอดอินไซต์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวแบบเดิม

มุมมองจากทั้ง 4 เวทีสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวไทยในยุคใหม่ ทั้งการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับความยั่งยืน การปรับตัวรับการแข่งขันที่เข้มข้น การสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชน และการตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป
การร่วมมือกันยร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย เพื่อให้ภาคธุรกิจ ชุมชน และนักท่องเที่ยว เติบโตไปพร้อมกันบนฐานของความยั่งยืนและขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล