28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ลุย OR Space สมรภูมิคอมมูนิตี้มอลล์เดือด

ลุย OR Space สมรภูมิคอมมูนิตี้มอลล์เดือด

p20-21-weekly-or-01.jpg

“โออาร์” ได้ฤกษ์ลุย “OR Space” รีเทลโมเดลใหม่ Community Space ตามแผนยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจจาก “น้ำมัน” สู่ “ศูนย์การค้าเต็มรูปแบบ Non-oil 100%” หวังเพิ่มความแข็งแกร่งให้พอร์ตธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดยปักธงแรกในเมืองสุพรรณบุรี ก่อนบุกพื้นที่กรุงเทพฯ ย่านรามคำแหงเป็นหมุดหมายต่อไป

นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า OR Space ณ ถนนเณรแก้ว ต.ท่าพี่เลี้ยง จ.สุพรรณบุรี เป็นการก้าวเข้าสู่การเติบโตในธุรกิจแนวใหม่ เนื่องจากโออาร์เห็นโอกาสทางธุรกิจและมีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจค้าปลีกอยู่แล้ว ขณะเดียวกันมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจสุขภาพและความงาม (H&B) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มความหลากหลายด้านสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ แนวคิดโครงการ OR Space ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของโออาร์ในการส่งมอบสิทธิการเข้าถึงสินค้าและบริการสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ให้ผู้บริโภคในพื้นที่จังหวัดต่างๆ สอดคล้องกับแนวคิด OR SDG โดยเฉพาะด้าน D - Diversify เน้นการกระจายการลงทุนและสร้างความหลากหลายทางธุรกิจ นำธุรกิจที่หลากหลายมารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นด้าน Mobility พลังงานในอนาคต เช่น สถานีชาร์จ EV Station PluZ

p20-21-weekly-or-02.jpg

ด้าน Lifestyle การตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ (All Lifestyles) ทั้งด้านอาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เช่น ร้าน Café Amazon ร้าน Ozawa Ramen ร้านลูกชิ้นสุ๑๐๐๐ ร้าน Otteri Fashion No.1 Quickwash และ Punpun Petland รวมถึงด้าน Health & Wellness เช่น ร้านแว่นตามองเด้

แม้ก่อนหน้านี้ บริษัทโออาร์ตัดสินใจยุติการทำธุรกิจร้านไก่ทอด Texas Chicken ซึ่งซื้อแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกาและดำเนินธุรกิจมานานถึง 9 ปี โดยปิดให้บริการทั้ง 90 สาขาเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา แต่เป็นการปรับกลยุทธ์หาแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจหลังรายได้พลาดเป้า ทั้งในแง่ความต้องการของกลุ่มลูกค้าและการหาแบรนด์ที่เหนือกว่าในสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด เพราะทิศทางของโออาร์ยังต้องการเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B : Food & Beverage) เพิ่มพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ เพียงแต่แบรนด์ไหนจะเป็นอาวุธหลักที่ดีที่สุด

ขณะเดียวกัน ในยุคประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงวัยและเทรนด์รักษ์สุขภาพยังมาแรงไม่หยุดทำให้โออาร์เองต้องมุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Health and Beauty ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฐานลูกค้าขนาดใหญ่ ตั้งแต่ระดับล่าง ระดับกลางไปจนถึงระดับไฮเอนด์ มีกำลังซื้อสูง

ที่ผ่านมา โออาร์จัดตั้งบริษัท OR Health & Wellness (ORHW) และจับมือกับกลุ่มสุกิ โฮลดิ้งส์ (Sugi Holdings) หนึ่งในผู้นำธุรกิจเครือข่ายร้านขายยาและผู้นำด้านแพลตฟอร์มนาโนเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุด เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพื่อรุกตลาดสุขภาพและความงาม โดยเปิดตัวร้านค้าปลีก found & found ซึ่งปัจจุบันเปิดแล้ว 3 สาขา และจะขยายครบ 10 สาขาภายในปี 2568 ก่อนลุยเพิ่ม 500 สาขาภายในปี 2573 ทั้งในเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น และคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วประเทศ

p20-21-weekly-or-03.jpg

สินค้าภายในร้านครอบคลุมทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหารเสริม และวิตามิน โดยสุกิ โฮลดิ้งส์ นำเข้าแบรนด์ Exclusives at found & found เช่น Prieclat U, S-Select, Method, T3 และมีพันธมิตรอย่างบริษัท Konvy บิวตี้อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของประเทศไทย นำเสนอสินค้าแบรนด์ดังอย่าง Skintific, COSRX, Anua, Mediheal

นอกจากนั้น ยังร่วมสนับสนุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคลิกนิก เฮลท์ (Clicknic) เปิดโครงการ “โอบอ้อมคลินิก” ในปั๊มน้ำมัน PTT Station รองรับผู้ป่วยกลุ่มบัตรทอง ในรูปแบบ Omni-channel ผสมผสาน Offline และ Online โดยกรณีการเจ็บป่วยเกินขอบเขตการรักษาของคลินิก จะมีกลไก Clicknic ทำหน้าที่เชื่อมต่อบริการ Telemedicine ในสถานพยาบาล ร่วมกับเทคโนโลยีการพบแพทย์ทางไกล (Telemedicine & Health Care Platform) ให้ผู้ป่วยสามารถปรึกษาหมอเฉพาะทางและมีบริการส่งยาถึงมือรวดเร็วกว่าการเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งโปรเจกต์นี้มีโอกาสที่จะขยายไปในสถานีบริการและโออาร์สเปซ

ปัจจุบันหากดูสัดส่วนรายได้ของโออาร์ มีส่วนแบ่งรายได้จากการค้าน้ำมัน 70% ส่วนสินค้าอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันอยู่ที่ 30% จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ที่มีรายได้ขายและบริการรวม 183,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% จากไตรมาสก่อนหน้า และปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจ Mobility เพิ่มขึ้น 2.6% กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 1.0% ทั้งธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ โดยมีแบรนด์หลักๆ ได้แก่ คาเฟ่อเมซอน จำนวนมากกว่า 4,277 สาขา ร้านกาแฟประเภท Specialty Coffee แบรนด์ Pacamara ซึ่งบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด บริษัทลูกของโออาร์เข้าร่วมลงทุน ล่าสุดมีสาขา 26 แห่ง ร้านเพิร์ลลี่ ที (Pearly Tea) ชาไข่มุกจากไต้หวัน จำนวน 96 สาขา ร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ และร้านสุขภาพความงามที่กำลังเร่งเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

p20-21-weekly-or-04.jpg

ที่สำคัญ ภาพรวมกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์เติบโตต่อเนื่อง แม้คาเฟ่ อเมซอน ยอดขายในไตรมาส 3/2567 อาจอ่อนตัวลงบ้างเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน แต่เชื่อว่าไตรมาส 4/2567 ยอดขายจะทำนิวไฮ และตามแผน 5 ปีหลังจากนี้ บริษัทต้องการผลักดันสัดส่วนรายได้กลุ่มออยล์และนอนออยล์อยู่ที่ 50:50 โดยธุรกิจสุขภาพและความงามจะเป็นอีกธุรกิจที่เข้ามาเติมเต็มและขยายล้อไปกับคอมมูนิตี้มอลล์ “OR Space” หลังผลักดัน  PTT Station โมเดล Living Community โชว์ฝีไม้ลายมือการบริหารพื้นที่ค้าปลีกโดนใจทั้งกลุ่มลูกค้าและบรรดาร้านค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม เดิมโออาร์วางแผนนำพื้นที่สถานีบริการน้ำมันที่มีขนาดเล็กในตัวเมืองและไม่ตอบโจทย์ด้านการตลาดมาพัฒนาสร้างโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ เน้นโลเคชั่นที่มีเส้นทางเข้าออกสะดวก ใส่ร้านอาหารและร้านค้าปลีก 3-4 ราย ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละทำเลและกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Station) หรือบริการใหม่ๆ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่หากโออาร์สเปซโดนใจกลุ่มเป้าหมายย่อมหมายถึงการจัดหาทำเลที่หลากหลายและขยายขนาดใหญ่ขึ้น

แน่นอนว่า หากมองเกมใหม่ “โออาร์สเปซ” ถือเป็นการพลิกเกมและเปิดทางเลือกการใช้พื้นที่ที่มีอยู่ในมือทั่วประเทศ จะเลือกปรับโฉมใหม่ตามคอนเซ็ปต์ Living Community มีสถานีบริการน้ำมัน หรือโออาร์สเปซ รูปแบบศูนย์การค้านอนออยล์ 100% พร้อมอีวีสเตชั่น ซึ่งเป็นเทรนด์ในอนาคตและควรกระจายเข้าถึงผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุดตามแผนการใหญ่ของบริษัทแม่ ปตท. ที่จับมือกับกลุ่มฟ็อกซ์คอนน์ กรุ๊ป จากไต้หวัน ลุยแผนการลงทุนผลิตรถอีวีในประเทศไทย

p20-21-weekly-or-05.jpg

ยิ่งไปกว่านั้น การตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และธนาคารกรุงไทย ยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เข้าสู่บริการทางการเงินจะเติมเต็มพอร์ตธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร

สำหรับโออาร์สเปซสาขาแรกเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนสาขา 2 ย่านรามคำแหง จะเปิดในเดือนถัดไป มีร้านแม็กเน็ตหลักๆ ในเครือและกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ เซเว่นอีเลฟเว่น ยูนิโคล่ คาเฟ่อเมซอน Pacamara Yoguruto ท็อปเจริญ ฟาซสิโน Otteri wash and dry ร้านหมู/เนื้อหม้อเทพ ไจแอนท์ลูกชิ้นระเบิด

มีสตรีทฟู้ดแบรนด์ อย่าง หวังฟู่ข้าวต้มปลา ราดหน้าฟาไฉ ส่งเฮงข้าวมันไก่

มีร้านอาหาร Omakase Don เทียนถัง ชาบูหมาล่า Kao Kao อาหารเกาหลี

ร้านหมวดบิวตี้ Found & Found ร้าน Golden Pet Shop และร้านนวด The One Relax & Spa

สายข่าวกระซิบ “ผู้จัดการ 360 องศา” ด้วยว่า ยักษ์ใหญ่โออาร์เตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ เพราะงานนี้ลุยต่อทั่วประเทศแน่นอน.

p20-21-weekly-or-06.jpg