28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ค้าปลีกแจมสงคราม Soft Serve แม็คโคร-โลตัส เร่งปูพรมขาย

ค้าปลีกแจมสงคราม Soft Serve แม็คโคร-โลตัส เร่งปูพรมขาย

p20-21-weekly-softserve-01.jpg

“ซีพี แอ็กซ์ตร้า” กระโดดเข้ามาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในสมรภูมิไอศกรีม Soft Serve ที่มีมูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท โดยทุ่มจุดแข็งของแบรนด์ “CP Meiji” แถมราคาเพียงโคนละ 8 บาท สามารถปลุกกระแสไวรัล กลายเป็น Rare Item ที่ลูกค้ากำลังเรียกร้องให้เร่งเปิดจุดขายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผู้บริหารธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” เริ่มต้นนำร่องขายไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเมื่อช่วงปลายปี 2567 ล่าสุดขยายจุดจำหน่ายในแม็คโครและโลตัสมากกว่า 50 สาขาแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ เมืองท่องเที่ยว โดยบริษัทระบุที่มาที่ไปเกิดจากการวิจัยตลาดพบว่า คนไทยนิยมบริโภคของรับประทานเล่นและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ถือเป็นสินค้าที่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าในศูนย์การค้า เพราะซื้อง่าย ราคาเข้าถึงได้ และสร้างความสดชื่น

ขณะเดียวกัน แบรนด์ CP Meiji  มีจุดแข็งเรื่องคุณภาพ รสชาติ และความไว้วางใจของผู้บริโภค ทำให้ไอศกรีมได้รับความสนใจและช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าสาขา สามารถสร้างโอกาสให้ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าอื่นเพิ่มเติม ต่อยอดสู่การสร้าง Engagement กับลูกค้า เช่น การทำโปรโมชันร่วมกับสินค้ากลุ่มอื่น หรือการออกรสชาติใหม่ให้มีความสนุกขึ้น

บริษัทระบุอีกว่า ซิกเนเจอร์ของไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ซีพี แอ็กซ์ตร้า คือ การผลิตจากนมโคคุณภาพสูง จาก CP Meiji ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน หอมมัน โดยมีให้เลือก 3 รสชาติ คือ รสนม ซึ่งผลิตจากนมโคแท้  รสช็อกโกแลตผสมโกโก้แท้ 100% จากเนเธอร์แลนด์ และรสทูโทน ผสมผสานไอศกรีม 2 รสชาติ คือ รสนมและรสช็อกโกแลต

p20-21-weekly-softserve-03.jpg

ที่สำคัญ การกำหนดราคาเพียงโคนละ 8 บาท ดึงดูดลูกค้าเข้ามาลิ้มลองรสชาติ เมื่อเทียบกับเจ้าตลาดคู่แข่งที่เริ่มต้นโคนละ 12 บาท  ซึ่งตั้งแต่เปิดจุดขายเพียงไม่กี่เดือนได้รับผลตอบรับดีมาก โดยเฉพาะในสาขาที่มีแทรฟฟิกสูงและสาขาใกล้โรงเรียน มีกลุ่มนักเรียนและครอบครัวแวะเข้าร้านมากขึ้น นอกจากช่วยเพิ่มยอดขายไอศกรีมแล้ว ยังกระตุ้นแทรฟฟิกหน้าร้านและสร้างโอกาสการขายสินค้าอื่นๆ ได้อีกด้วย

ด้านข้อมูลจาก “ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ SME แห่งประเทศไทย” หรือ Thai SME’s Center ระบุว่า ตลาดไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ เกิดกระแสคึกคักสุดขีดตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 จากการเข้ามาบุกตลาดของแฟรนไชส์ไอศกรีมและชาจากจีนและอินโดนีเซีย เริ่มจาก Mixue, Ai-Cha ตามมาด้วย Wedrink และ Bing Chun ชูกลยุทธ์ราคาถูก ขายไอศกรีมโคน 15 บาท โดยเฉพาะ มี่เสวี่ย (Mixue) ซึ่งเข้ามาบุกตลาดในไทยเมื่อกลางปี 2565 ภายใต้การบริหารบริษัท มี่เสวี่ย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดสาขาแรกย่านรามคำแหง 53 ได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา อย่างมาก จนสร้างกระแสบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็วและมีคนสนใจซื้อแฟรนไชส์จำนวนมาก

p20-21-weekly-softserve-02.jpg

ชนิดที่ว่า ทุกวันมีผู้โทรเข้ามาสอบถามศูนย์ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์เกี่ยวกับการลงทุนแฟรนไชส์ Mixue มากถึง 10-15 ราย จนช่วงต้นปี 2567 แบรนด์ต้องประกาศยุติการขายแฟรนไชส์ไว้ชั่วคราว โดยล่าสุดมีสาขามากกว่า 200 แห่ง

ส่วน Ai-CHA แฟรนไชส์ร้านไอศกรีมและชาจากอินโดนีเซีย เข้ามาเปิดตลาดในไทยช่วงกลางปี 2566 ถือเป็นคู่แข่งสำคัญของ MIXUE โดยขายสินค้าราคาเท่ากันทุกอย่าง หน้าตาเมนูแทบเหมือนกัน แถมเปิดร้านโซนเดียวกัน โดยร้านแรกอยู่แถวรามคำแหง มีมาสคอตนกเพนกวินอยู่ท่ามกลางโทนสีแดงของร้าน ผลิตภัณฑ์หลักของ Ai-CHA เป็นไอศกรีมโคนและชา ราคาเริ่มต้นเพียง 15-50 บาท ปัจจุบันมี 130 สาขาในไทย

WEDRINK แฟรนไชส์ไอศกรีมและชาจากจีน ภายใต้บริษัท ซินเจิ้ง เมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดสาขาแรก รามคำแหง 53 ช่วงต้นปี 2567 เช่นเดียวกัน ใช้กลยุทธ์ซื้อ 1 แถม 1 เมนูหลากหลาย โดยเฉพาะไอศกรีมโคนมัทฉะ ไอศกรีมดั้งเดิม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชานม สมูทตี้ และน้ำผลไม้ถัง ราคาเริ่มต้น 15-60 บาท ปัจจุบันมี 150 สาขาในไทย ขณะที่ Bing Chun “ปิงฉุน” ปักหมุดสาขาแรกในห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ ปัจจุบันมีสาขา 14 แห่งทั่วประเทศ

p20-21-weekly-softserve-05.jpg

ด้านผู้เล่นยุคบุกเบิก เช่น  KFC มีทั้งซอฟต์เสิร์ฟแบบโคนและซันเดราดช็อกโกแลต หรือสตรอเบอรี่ แต่จะออกรสชาติใหม่ๆ เป็นช่วงๆ ล่าสุดเปิดตัวรสมะม่วง “แมงโก้ฟีเวอร์” แบบโคน “ร็อคกี้แมงโก้” เริ่มต้นโคนละ 19 บาท และแบบถ้วย “ครีมคัพ แมงโก้” ราคา 35 บาท

McDonald’s มีไอศกรีม ราคาเริ่มต้นโคนละ 12 บาท ซึ่งแคมเปญที่ผ่านมาออกโคนชมพูร่วมฉลองเทศกาลวาเลนไทน์ ส่วนกลุ่มซันเด มีช็อกโกแลต-สตรอว์เบอรี และแมคเฟลอร์รี โอรีโอ อัดแน่นด้วยโอริโอ กรุบกรอบ

p20-21-weekly-softserve-04.jpg

สำหรับ Dairy Queen เจ้าตลาดที่ยึดครองส่วนแบ่งเกือบ 40% ยังคงชูเอกลักษณ์ซอฟต์เสิร์ฟและบลิซซาร์ดหลากหลายรสชาติ ปัจจุบันมีสาขา 534 แห่งทั่วประเทศ แต่สงครามการแข่งขันทำให้แดรี่ควีนอัดโปรโมชั่นถี่ยิบ ทั้งลดราคาและกลยุทธ์ 1 แถม 1 นอกจากนี้ ยังมีฟาสต์ฟูดอีกหลายแบรนด์ที่เปิดขายซอฟต์เสิร์ฟรองรับลูกค้า เช่น Burger King และ Mos Burger

ขณะที่ในไลน์ค้าปลีกที่วันนี้ขอแจมตลาด นอกจากแม็คโคร-โลตัสแล้ว ยังมีห้างอิเกีย ซึ่งจริงๆ แล้วเปิดขายซอฟต์เสิร์ฟตั้งแต่ปี 2562 และเพิ่มรสชาติต่างๆ ราคาตั้งแต่ 8-60 กว่าบาท หรืออย่างร้านสะดวกซื้อซีเจของบริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส จำกัด เปิดตัวไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ “เถียน เถียน” ขายร้านเครือข่ายรวมกว่า 73 สาขา ราคาโคนละ 15 บาท พร้อมเมนูเครื่องดื่มชานมไข่มุกและชาผลไม้ รวมถึง “ท็อปส์เดลี่” ของกลุ่มเซ็นทรัล ไม่ยอมตกขบวน ขอจัดไอศกรีมโคนละ 12 บาทด้วย.

p20-21-weekly-softserve-06.jpg

ต้นกำเนิดอันยาวนานของ “ไอศกรีม”

ต้นกำเนิดของไอศกรีมไม่เป็นที่แน่ชัด บางข้อมูลว่าเริ่มตั้งแต่สมัยจักรพรรดิเนโรแห่งจักรวรรดิโรมันพระราชทานเลี้ยงไอศกรีมทหาร โดยทำจากเกล็ดน้ำแข็ง (หิมะ) ผสมน้ำผึ้งและผลไม้ คล้ายกับไอศกรีมซอร์เบในปัจจุบัน

บ้างว่ามาจากประเทศจีน เมื่อสมัยโบราณที่นมเป็นของหายาก จึงคิดวิธีเก็บรักษาเอาไปฝังในหิมะ เกิดเป็นไอศกรีมขึ้นมา

บ้างว่ามาจากอิตาลี โดยมาร์โค โปโล กลับจากจีนแล้วเอาสูตรไอศกรีมมาเผยแพร่ คล้ายน้ำแข็งไส

บางข้อมูลระบุจุดเริ่มต้นจากอังกฤษ สมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 พ่อครัวคนหนึ่งมีสูตรลับครีมแช่แข็งปรุงรสที่ส่งเป็นของหวานถวายพระองค์ ต่อมาเมื่อพระองค์ถูกปลงพระชนม์โดยโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ช่วงสงครามกลางเมืองอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1642-ค.ศ. 1651 พ่อครัวต้องลี้ภัยไปยุโรป มีการเผยแพร่สูตรลับออกไป

ในประเทศไทยนั้น ไอศกรีมเริ่มเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมตะวันตกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเผยแพร่ในสยาม หลังเสด็จประพาสอินเดีย ชวา และสิงคโปร์ โดยเวลานั้นไทยไม่สามารถผลิตน้ำแข็งและต้องนำเข้าจากสิงคโปร์ จึงเริ่มมีการทำไอศกรีม แต่ยังถือเป็นของเสวยเฉพาะของเจ้าขุนมูลนาย  ทำจากน้ำมะพร้าวอ่อน ใส่เม็ดมะขามคั่ว

กระทั่งเกิดโรงงานทำน้ำแข็งและมีไอศกรีมแบบไอศกรีมกะทิ ลักษณะเป็นน้ำแข็งละเอียดใส ๆ รสหวานไม่มาก โรยถั่วลิสงคั่ว และมีกลิ่นหอมของดอกนมแมว ซึ่งผู้คนนิยมกินอาหารกันในเรือนแพ หลังจากนั้นมีการพัฒนาให้เข้มข้น ใส่ลอดช่อง เม็ดแมงลักและขนุนฉีก โดยใช้กะทิสดผสมกับน้ำตาลนำไปปั่นให้แข็ง เวลารับประทานต้องขูดออกจากขอบหม้อโลหะ ตอนขายตักใส่ถ้วยเป็นลูก ๆ เรียกไอติมตัก กินกับถั่ว ข้าวเหนียวหรือลูกชิด บางคนกินกับขนมปังหั่นเป็นท่อน

ส่วนไอศกรีมหลอด หรือไอศกรีมแท่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 โดยใช้น้ำหวานใส่หลอดสังกะสีและเขย่าให้แข็ง มีก้านไม้เสียบ ก่อนพัฒนาเป็นไอศกรีมโบราณมีส่วนผสมของนม ตัดเป็นแท่งหรือตัดใส่ถ้วย จากนั้นจึงเข้าสู่ยุคไอศกรีมแบบวัฒนธรรมตะวันตกแท้ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ซอฟต์เสิร์ฟ หรือ ซอฟต์ครีม เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1934 เมื่อทอม คาร์เวล (Tom Carvel) ผู้ก่อตั้งแบรนด์และแฟรนไชส์ Carvel ประสบเหตุยางแบนในรถบรรทุกไอศกรีมของเขาที่เมือง Hartsdale นิวยอร์ก เขาจึงนำรถเข้าลานจอดรถและขายไอศกรีมที่เริ่มละลายให้ผู้สัญจรไปมา ปรากฏว่าขายดิบขายดี

ปี ค.ศ. 1936 คาร์เวลเปิดร้านสาขาแรกบนรถไอศกรีมที่เสียคันนั้น และพัฒนาสูตรซอฟต์เสิร์ฟ พร้อมจดสิทธิบัตรเครื่องทำไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ

ขณะที่แดรี่ควีน (Dairy Queen) ระบุเป็นผู้คิดค้นซอฟต์เสิร์ฟในปี 1938 ใกล้เมืองโมลีน (Moline) รัฐอิลลินอยส์ โดย เจ.เอฟ. แมคคัลเลอร์ (J.F. McCullough) พัฒนาสูตรซอฟต์เสิร์ฟและทดลองขายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1938 ในเมืองแคงคาคี (Kankakee)

สูตร “ซอฟต์เสิร์ฟ” เป็นไอศกรีมที่ใส่อากาศเข้าไปในขณะปั่น โดยอากาศเป็นตัวแปรหลักทำให้รสชาติแตกต่างกัน ปริมาณอากาศน้อยจะทำให้รสชาติเข้มข้น สีเข้ม ส่วนไอศกรีมที่มีปริมาณอากาศมากกว่า เนื้อสีขาวกว่า รสชาติไม่เข้มข้น ซึ่งปริมาณอากาศที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 33-45%.