28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

PROUD ปั้น “เวหา” กลางหัวหิน สร้างโอกาสในวิกฤตอสังหาฯ

PROUD ปั้น “เวหา” กลางหัวหิน สร้างโอกาสในวิกฤตอสังหาฯ

p24-weekly-pround-01.jpg

ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ นักพัฒนาอสังหาฯ ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนและย้ายหมุดหมายออกไปยังเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน เนื่องจากยังเป็นพื้นที่แห่งความหวังของธุรกิจ

บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ผู้พัฒนาอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ มีการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนโดยลดการพัฒนาโครงการใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ลง และหันไปเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในเมืองท่องเที่ยว โดยเลือกทำเลที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย จีน อินเดีย และออสเตรเลีย

ขณะที่บ้านพักตากอากาศเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์มากกว่า เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตในปี 2567 มีมูลค่าสูงถึง 53,351 ล้านบาท พัทยา มูลค่าการลงทุนรวม 36,060 ล้านบาท และหัวหิน ชะอำ ยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทย

พราว เรียล เอสเตท คืออีกหนึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ปักหมุดบนทำเลหัวหิน และโครงการล่าสุดที่เหมือนเป็น Rare Item ของพื้นที่คือ โครงการ เวหา หัวหิน ที่ชูจุดขายทุกห้องสามารถเห็นวิวทะเลได้ และห่างจากชายฝั่งเพียง 700 เมตร

p24-weekly-pround-02.jpg

พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ว่า “ปัจจัยที่หัวหินกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญของนักท่องเที่ยวคือ ราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เมื่อเทียบกับภูเก็ต ความเงียบสงบ และสังคมสำหรับกลุ่ม Expat มีความแข็งแรง ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ อาจจะซบเซาลงไปบ้าง โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาอาคารที่มีความปลอดภัย หรือบ้านแนวราบมากกว่า

นอกจากนี้ การเดินทางที่สะดวก รวมถึงระบบโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง มอเตอร์เวย์ 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่เปิดให้บริการแล้ว มอเตอร์เวย์ 82 บางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ที่แม้จะยังไม่มีกำหนดแล้วเสร็จ แต่เมื่อพร้อมเปิดใช้งานน่าจะช่วยให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางในอนาคตคือ มอเตอร์เวย์ 8 นครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ”

ปัจจัยเหล่านี้ดูเหมือนจะเอื้ออำนวยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์หัวหิน มีอนาคตมากขึ้น เมื่อพิจารณาจากราคาขายที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่แปลงที่ดินสวยใกล้ชายหาดเริ่มหายากขึ้น หรือเจ้าของปล่อยขายยากกว่าเดิม

“ราคาที่ดินหัวหิน โดยเฉพาะทำเลสวยใกล้หาดมีการปรับราคาขึ้นอย่างมาก ราคาวิ่งไปถึง 80-120 ล้านบาทต่อไร่ แต่ก็หายากขึ้น มีคนอยากขาย แต่ยังไม่ถูกใจคนซื้อ หรือมีคนอยากซื้อแต่ไม่มีที่ดินแปลงสวยๆ ขาย” พราวพุธ ให้ข้อมูล ก่อนจะขยายความถึงโครงการเวหา หัวหิน

“โครงการ เวหา หัวหิน มีจุดแข็งในเรื่องทำเลที่หาได้ยาก เพราะเราห่างจากทะเลเพียง 700 เมตร และผังเมืองทำให้เราสามารถสร้างตึกสูงได้ จุดนี้สร้างข้อได้เปรียบ เพราะที่พักอาศัยทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ โดยไม่มีสิ่งบดบัง

p24-weekly-pround-03.jpg

ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ Mixed-Use ที่ใหญ่สุดในหัวหิน ประกอบไปด้วย โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ สวนน้ำวานา นาวา สถานีรถไฟหนองแก และเส้นทางเชื่อมต่อใจกลางเมืองและชายหาด

ซึ่งสถานีรถไฟนี่จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถไฟจากสถานีกลางบางซื่อ มาลงที่สถานีหนองแก แล้วเดินข้ามถนนเล็กๆ มาที่โครงการเวหาได้เลย เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากปกติที่คนมักจะนิยมเดินทางโดยรถยนต์”

ตลาดที่อยู่อาศัยในหัวหิน มีการต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ และต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เสมือนเป็นบุคคลสำคัญ ทั้งด้านสุขภาพ และการบำรุงรักษาบ้าน คอนโด พราวพุธ อธิบายว่า คอนโด เวหา ใส่ระบบการดูแลเชิงป้องกันที่ช่วยดูแลห้องพักแม้เจ้าของไม่อยู่ “เราใส่ใจทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย มีบริการ Home and Health Butler ระบบ Preventive Home Care เจ้าของห้องแค่แจ้งมาว่าจะพักผ่อน ผ่าน Proud Living Platform เรามีบริการดูแลทำความสะอาด ตั้งแต่เข้าพักจนกระทั่งเดินทางกลับ และเรายังดีลกับโรงพยาบาลกรุงเทพเพื่อดูแลสุขภาวะกายและใจแบบองค์รวม เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตในคอนโดเวหา ได้อย่างไม่ต้องกังวล”

หัวหิน เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการลงทุน ทั้งในแง่มุมของนักพัฒนาอสังหาฯ และนักลงทุนรายย่อย เพราะหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยว ศูนย์กลางความเจริญด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคใต้ ทำให้คอนโดในหัวหินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเนื่องจาก Rental Yielad มีเสถียรภาพในกลุ่มตลาดบน 5-7% ต่อปี

“ปัจจุบันคอนโดเวหา หัวหินมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติครองสัดส่วนถึง 52% จากยอดขาย 73% ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการ ทำให้เป็นที่สนใจของลูกค้าต่างชาติ โดยส่วนใหญ่มาจากยุโรปซึ่งใช้เป็น Long Stay Residence โดยเปลี่ยนจากการเช่ามาสู่การซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น นี่ถือเป็นการสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อโครงการผ่านการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา” พราวพุธ ขยายความ.