28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

โอกาสของร้านโชห่วย ในวันที่ต้องเปลี่ยนแปลง

โอกาสของร้านโชห่วย ในวันที่ต้องเปลี่ยนแปลง

p22-23-weekly-grocery-01.jpg

ธุรกิจร้านค้าโชห่วยเคยถูกประเมินจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า จะกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจดาวร่วงของปี 2568 ซึ่งมองว่าในปัจจุบันมีร้านสะดวกซื้อผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เริ่มตีตลาดแฟรนไชส์ขยายสาขาเป็นสาขาขนาดเล็ก เจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างง่าย ส่งผลให้ร้านค้าเล็กๆ หรือร้านค้าโชห่วยในชุมชนเริ่มซบเซา และไม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอีกต่อไป

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทุกธุรกิจจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อให้เท่าทันยุคสมัย พร้อมรับทุกสถานการณ์ ธุรกิจโชห่วยที่ภาพจำอาจเป็นแค่ร้านค้าเล็กๆ ในชุมชน แต่ที่จริงแล้ว คือธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างชุมชนมายาวนาน ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยปัจจุบันพบว่า เจ้าของร้านโชห่วยในประเทศไทยอยู่ในช่วงวัย 30-55 ปี ซึ่งแต่ละเจเนอเรชันมีสไตล์การบริหารร้านที่แตกต่างกันออกไป

ทว่า จากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เกินกว่าจะใช้คำว่าชะลอตัว หรือซบเซา เพราะหลายคนพูดและคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “เข้าขั้นถดถอย” แล้ว

สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย ให้ข้อมูลค่าในช่วงครึ่งปีแรก ทิศทางของร้านค้าโชห่วยไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยมียอดขายลดลงมากกว่า 30% ขณะที่คอนวีเนียนสโตร์ลดลง 20% และปรับตัวตามสถานการณ์ โดยมักจะนำสินค้าที่ขายไม่ดีออก นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่กำลังซื้อจะหดตัวลงไปจนถึงปลายปี เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกมาสนับสนุน กระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกอยากจับจ่ายมากขึ้น

p22-23-weekly-grocery-02.jpg

ทางเลือกของร้านค้าโชห่วยจึงมีไม่มากนัก ภายใต้ภาวะกดดันเช่นนี้ การประคองตัวให้อยู่รอดในสถานการณ์นี้ อาจจะต้องปรับแนวทางการทำธุรกิจ คือไม่สต๊อกสินค้าไว้จำนวนมาก เพื่อเป็นการลดการแบกรับต้นทุน การขาดทุน เนื่องจากซัปพลายเออร์ หรือร้านค้าส่งจำนวนมากอาจปรับตัวเช่นกัน ด้วยการให้ชำระค่าสินค้าเป็นเงินสด งดให้เครดิตเช่นที่เคยเป็นมา

แม็คโคร ห้างค้าส่งขนาดใหญ่จึงมีแนวคิดที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของร้านค้าโชห่วย เนื่องจากร้านโชห่วย คือธุรกิจที่เป็นรากฐาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย แน่นอนว่ารวมถึงแม็คโครเองด้วย โครงการ “มิตรแท้โชห่วย” ที่ดำเนินงานมาต่อเนื่องมากกว่า 18 ปี มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเข้ามายกระดับร้านโชห่วยรูปแบบเดิมๆ ไปสู่ Smart โชห่วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยสามารถปรับตัวได้ในยุคดิจิทัล

ระบบที่ถูกพัฒนาให้กลายมาเป็นตัวช่วยที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของร้านค้าโชห่วยคือ “Makro POS” ซึ่งคือเทคโนโลยีที่มากกว่าแค่เครื่องคิดเงินกับระบบที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน้าร้านและหลังร้านได้ โดยจะมีการแจ้งเตือนสินค้าที่ใกล้หมด พร้อมคำแนะนำการสั่งสินค้า

p22-23-weekly-grocery-03.jpg

นอกจากนี้ แม็คโครยังได้พัฒนาแอปที่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยอย่าง “Makro PRO”

ซึ่งการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการร้านโชห่วย จะเหมาะกับผู้ประกอบการในกลุ่ม Gen MZ (Gen Y และ Z) ที่อาจจะต้องมารับช่วงต่อกิจการ ซึ่งเจนนี้เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล ที่นิยมนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารร้านอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น POS ที่แม่นยำการใช้ AI เป็นผู้ช่วยมือขวา และแอปพลิเคชันสั่งสินค้าอย่าง Makro PRO หรือการรับชำระเงินดิจิทัล แต่ความท้าทายของ Gen MZ คือ ประสบการณ์ในบริหารจัดการธุรกิจระยะยาวยังไม่พอ และอาจมองข้ามความสำคัญของความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าประจำ รวมถึงการตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็ว โดยไม่วางแผนให้รอบคอบ

ขณะที่เจ้าของร้านโชห่วย GenX เติบโตมากับกิจการครอบครัว มีความเข้าใจพื้นฐานธุรกิจและรู้ใจลูกค้าประจำ ขณะเดียวกันก็พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ได้ดีกว่า Baby Boomer ด้วยความยืดหยุ่นและประสบการณ์ที่สั่งสมมา Gen X จึงเป็นนักแก้ปัญหาตัวจริง แต่หลายคนยังไม่ถนัดการทำตลาดออนไลน์และใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายและวางแผนการตลาดเชิงรุกแบบ Data-Driven ทำให้ Gen X ต้องเร่งวางแผนเพื่อปรับลุคร้านโชห่วย สร้างแรงจูงใจให้ธุรกิจสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างราบรื่น

p22-23-weekly-grocery-04.jpg

แม้การบริหารร้านโชห่วยของแต่ละเจเนอเรชันจะมีสไตล์ที่แตกต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันของทุกเจนฯ คือการพาร้านเติบโตอย่างมั่นคง และสามารถแข่งขันได้ในโลกยุคใหม่ วันนี้ เราจึงได้เห็นการผสมผสานแนวคิดของทั้งสองเจเนอเรชัน ทั้งประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจที่สั่งสมมา และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าในชุมชนของ Gen X บวกกับความกล้าเปลี่ยนแปลงและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Gen MZ จะกลายเป็นพลังสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบร้านโชห่วยที่เรียกว่า “SMART โชห่วย” ร้านค้าที่ไม่เพียงแต่ขายของได้ดี แต่ยังบริหารจัดการได้คล่องตัว ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย และปรับตัวได้ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็น “สูตรสำเร็จ” ที่ช่วยขับเคลื่อนโชห่วยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกยุค

แนวทางการร่วมพัฒนาแอปและระบบหลังบ้านของแม็คโคร เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยได้ใช้งาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า แม็คโครมีร้านค้าโชห่วยในพอร์ตประมาณ 500,000 ราย (ข้อมูลจากปี 2022) หากร้านโชห่วยอยู่รอดในสถานการณ์นี้ จะส่งผลต่อการเติบโตของแม็คโครเช่นกัน เพราะร้านค้าโชห่วยเปรียบเสมือนรากแก้วในระบบเศรษฐกิจระดับชุมชน

p22-23-weekly-grocery-05.jpg

ปัญหาและอุปสรรคของร้านค้าโชห่วย ไม่ใช่แค่เรื่องการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจ การสืบทอดกิจการ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องหาทางยืนระยะให้ได้ท่ามกลางการเติบโตของร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เกต ที่เริ่มขยายสาขาทั่วทุกชุมชน ยังไม่นับรวมร้านค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์ ร้านโชห่วยยังต้องแข่งขันด้านราคา ที่ร้านค้าปลีกเหล่านั้นสามารถสร้างข้อได้เปรียบในเรื่องการทำโปรโมชันได้

แนวทางการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของร้านค้าโชห่วยคือ การหาพันธมิตร เข้าร่วมเครือข่ายกับกลุ่มธุรกิจที่เกื้อหนุนกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วย

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งปีที่ร้านค้าโชห่วยต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย แต่ในภาวการณ์นี้ ธุรกิจ อุตสาหกรรมทุกแวดวงต่างตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าแนวทางการรับมือ กลยุทธ์ สายป่าน น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญให้สามารถอยู่รอดได้.