28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากผู้บริหารมืออาชีพ สู่ว่าที่ รมว. พาณิชย์

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ จากผู้บริหารมืออาชีพ สู่ว่าที่ รมว. พาณิชย์

KhunSuphajee-horizontal-Copy.jpg

เซอร์ไพรส์ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อมีกระแสข่าวออกมาว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้ทาบทาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะในแวดวงธุรกิจแล้ว ชื่อของ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” คือผู้บริหารมากฝีมือที่คร่ำหวอดและมีบทบาทในแวดวงธุรกิจมายาวนาน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ (ชื่อเล่น - แต๋ม) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา, ปริญญาตรี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ มหาวิทยาลัยนอร์ทรอป สหรัฐอเมริกา

ด้านประสบการณ์การทำงาน ศุภจีเคยทำงานที่ ไอบีเอ็ม (IBM) บริษัทไอทียักษ์ใหญ่มานานกว่า 20 ปี โดยเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทในประเทศไทย รวมถึงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของแผนกบริการเทคโนโลยีระดับโลกของไอบีเอ็มภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในวัย 38 ปี ศุภจีคือกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร

ปี 2554 ศุภจีเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ที่สามารถ turn around บมจ. ไทยคมที่เคยขาดทุนมหาศาล ให้กลับมาทำกำไรสุทธิรวมได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ในระยะเวลาอันสั้น

ปี 2558 ศุภจีเริ่มเข้ามาอยู่ในรั้ว บมจ.ดุสิตธานี ในฐานะกรรมการบริษัท ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้นั่งในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี ในปี 2559 โดยเป็นซีอีโอคนแรกที่ไม่ได้มาจากตระกูลเจ้าของโรงแรม เพื่อพาดุสิตธานีเข้าสู่ยุคใหม่ โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการรีโพซิชั่นดุสิตธานี ด้วยแผลกลยุทธ์ 9 ปี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังโครงการระดับหมื่นล้านอย่าง Dusit Central Park

จากเดิมที่เคยมีโรงแรม 27 แห่งใน 8 ประเทศ ปัจจุบัน ณ ไตรมาสแรกปี 2568 กลุ่มดุสิตธานีมีโรงแรมและวิลล่าภายใต้การบริหารจัดการรวม 294 แห่ง ใน 19 ประเทศ จำนวนห้องพักรวม 12,909 ห้อง เป็นโรงแรม 55 แห่ง และวิลล่าหรู 239 แห่ง และจากเดิมที่มีธุรกิจโรงแรมและธุรกิจการศึกษาเป็น 2 ธุรกิจหลัก ปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีมี 4 กลุ่มธุรกิจอยู่ในมือ ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอาหาร

โดยปี 2567 ที่ผ่านมา บมจ.ดุสิตธานี สร้างรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11,204 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2566 คิดเป็น 74.8% โดยมี EBITDA ที่ 1,650 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91.4% (YoY)

แต่ถึงกระนั้น ประเด็นความขัดแย้งภายในของดุสิตธานีระหว่างทายาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ก็กำลังร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสข่าวในการรับตำแหน่ง รมว. พาณิชย์ อาจจะเป็นจังหวะที่ดีก็ได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ Unlock Value: มองย้อน 9 ปี ‘ดุสิตธานี’

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” CEO ดุสิตธานี ชี้แจงปมขัดแย้งภายใน ยืนยันเดินหน้าสร้างประโยชน์สูงสุด