28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ทำออนเซ็นด้วยใจ Yunomori สไตล์ญี่ปุ่นใจกลางเมือง

สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ทำออนเซ็นด้วยใจ Yunomori สไตล์ญี่ปุ่นใจกลางเมือง

p22-23-weekl-yunomori-01.jpg

“เราเริ่มธุรกิจนี้ด้วยใจ ทำด้วยใจ” ประโยคแรกที่ สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้ก่อตั้ง ยูโนะโมริ ออนเซ็น แอนด์ สปา เปิดประเด็นกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ก่อนจะย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ

“ด้วยความชื่นชอบการแช่ออนเซ็นเมื่อครั้งที่ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และเริ่มมีความคิดว่า ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีออนเซ็นแบบดั้งเดิมตามวิถีของญี่ปุ่น จึงมีแนวคิดที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับออนเซ็นที่ไทย แต่จะผสานศาสตร์การนวดแบบไทยเข้ามา เพื่อสร้างจุดเด่น และเพิ่มเอกลักษณ์ให้ธุรกิจมีความแตกต่างจากตลาด”

บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา จำกัด ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2554 และเปิดให้บริการ ยูโนะโมริ ออนเซ็น ในปีถัดมา สมิทธิ์ ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศในปี 2557 โดยปักหมุดที่สิงคโปร์ ก่อตั้งกิจการร่วมค้า Onsen Retreat and Spa (Singapore) Pte, Ltd. (ONSEN-SG) และเปิดสาขาที่สิงคโปร์ในปี 2559 พร้อมขยายสาขาที่พัทยาเพิ่ม ปี 2561 จดทะเบียนเลิกกิจการของบริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา จำกัด แต่ยังมีการขยายสาขาเพิ่มที่ สาทร ซอย 10 เพิ่มอีกหนึ่งสาขา

p22-23-weekl-yunomori-02.jpg

การจดทะเบียนเลิกกิจการ ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา ในปี 2561 เพื่อเดินไปตามแผนทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าแค่การขยายสาขาของออนเซ็น ภายใต้แบรนด์ ยูโนะโมริ เพียงอย่างเดียว

“ปี 2567 เปิดให้บริการ KLAI  หรือ คลายสปา สาขาแรกที่เยาวราช ซึ่งจะให้บริการสปาในรูปแบบเดย์สปา ผสมผสานศาสตร์การรนวดไทยโบราณเข้ากับเทคนิคการบำบัดสมัยใหม่ เน้นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ พร้อมกันนี้เราจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์ สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (ONSENS) เพื่อระดมในการขยายธุรกิจในอนาคต”

ยูโนะโมริ ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะธุรกิจออนเซ็นแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริหารหลักอย่างสมิทธิ์ มีหลักการเลือกทำเลที่ตั้งโดยยึดแนวคิด City Onsen ของญี่ปุ่นมาใช้ โดยเลือกให้ยูโนะโมริ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ย่านธุรกิจการค้า ที่สะดวกสำหรับนักธุรกิจ หนุ่มสาววัยทำงาน และชาวต่างชาติที่ทำงานและพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน

p22-23-weekl-yunomori-03.jpg

“การเลือกกลุ่มเป้าหมายไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ ทำให้ธุรกิจของเราไม่ต้องพึ่งพิงนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ส่วนการเลือกทำเลนอกจากจะพิจารณาจากความหนาแน่นของสำนักงานธุรกิจแล้ว ยังมองถึงพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติที่ทำงานในไทยพักอยู่บริเวณใกล้ๆ ที่สำคัญคือ ออนเซ็นของเรานำแนวคิด City Onsen แบบญี่ปุ่นมาใช้ การที่มีพื้นที่สงบ สามารถผ่อนคลายได้แม้อยู่กลางเมืองที่มีความวุ่นวาย และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกที่จะตั้งสาขาแบบ Stand Alone โดยที่ไม่ต้องพึ่งทราฟฟิกจากโรงแรมหรือห้างสรรพสินค้าแบบเจ้าอื่น” สมิทธิ์ เมฆอรุณกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนเซ็น รีทรีต แอนด์สปา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ขยายความ

ข้อมูลจาก MarketLine ระบุว่า อุตสาหกรรมสปาในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าสูงหลักหมื่นล้านบาทมาตลอดนับตั้งแต่ปี 2561 โดยมูลค่ามีการหดตัวลงไปบ้างจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ในช่วงปี 2563-2564 แต่ตลาดสปากลับฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2565 มีมูลค่าสูงถึง 54,000 ล้านบาท ปี 2566 มูลค่าอยู่ที่ 61,900 ล้านบาท มูลค่าตลาดของปี 2567 อยู่ที่ 65,400 ล้านบาท กระทั่งปัจจุบันปี  2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 70,700 ล้านบาท การขยายตัวของธุรกิจสปาในไทยถูกประเมินว่ามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ปีละประมาณ 9.41%

p22-23-weekl-yunomori-04.jpg

ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนส่งเสริมให้ธุรกิจสปามีการเติบโตเกือบ 2 ดิจิต เพราะนโยบายของภาครัฐที่ต้องการยกระดับไทยให้เป็นเมดิคัลฮับของภูมิภาค และอุตสาหกรรม Health & Wellness มีการขยายตัวและมีมูลค่าสูงนับแสนล้านบาท แม้ว่าธุรกิจสปาจะเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมนี้ แต่ในไทยยังมีการแข่งขันไม่สูงนัก โดยมีแบรนด์หลักๆ ที่เป็นที่รู้จักเพียงไม่กี่รายเท่านั้น

แม้จะมีคู่แข่งน้อยราย แต่ต้องบอกว่าคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาดล้วนแต่เป็นแบรนด์ใหญ่และมีสาขาจำนวนไม่น้อย นี่ทำให้ สมิทธิ์ ต้องหากลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้ครอบคลุม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของตัวเองให้มากขึ้น

“กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1. People Development ยกระดับมาตรฐานและคุณภาพการบริการของบุคลากร 2. Brand Strategy สร้างเอกลักษณ์แบรนด์ผ่านการตลาดชิงสร้างสรรค์ 3.Tech Integration การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการให้บริการ และ 4. Business Expansion การขยายสาขาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดธุรกิจโดยจับมือกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรมมาอย่างยาวนานเพื่อร่วมลงทุนในกิจการโรงแรม ซึ่งอยู่ในโครงการ Social Wellness Hotel & Spa โดยชูจุดแข็งในด้านการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาด Wellness & Spa ครบวงจร และบริษัทยังมีแผนที่จะแตกไลน์แบรนด์ใหม่ในชื่อ PAK Massage โดยมีแผนการเปิดสาขาแรกปลายปีนี้ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น”

จุดแข็งของยูโนะโมริ ในการเลือกนำเสนอบริการออนเซ็นสปาแบบดั้งเดิม ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก ทั้งในด้านเทคนิคการให้บริการที่หลากหลาย และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างรอบด้าน มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง

p22-23-weekl-yunomori-05.jpg

“ภาพสะท้อนความสำเร็จของเราคือ การที่ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนผู้ใช้บริการออนเซ็นสปา เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 20,844 คนต่อเดือนในปี 2565 เป็น 26,075 คนต่อเดือนในปี 2567 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 11.85 ต่อปี” เพชร คงแสงไชย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน อธิบาย

“ในแง่ของผลประกอบการ เพชร คงแสงไชย เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 288.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.40 จากปีก่อน บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงถึงร้อยละ 44.84 และอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 11.53 ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2567 มีกำไรสุทธิ 33.29 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ”

ONSENS เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมออนเซ็นและสปาที่ให้บริการมานานกว่า 13 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากความหลงใหลในวัฒนธรรมการแช่ออนเซ็นของประเทศญี่ปุ่น และวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งเสริมและสืบทอดภูมิปัญญาการนวดไทยซึ่งเป็น Soft Power ที่สำคัญของประเทศ บริษัทฯ จึงสามารถเป็นผู้บุกเบิกการให้บริการออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่นร่วมกับบริการสปาอย่างครบวงจรเป็นรายแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554 และสามารถบริหารกิจการให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง สามารถผ่านวิกฤตในช่วงสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และฟื้นตัวกลับมาเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลาย

p22-23-weekl-yunomori-06.jpg

นอกจากนี้ สมิทธิ์ยังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต “เราเตรียมความพร้อมในการเสนอขายหุ้นและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติคำขออนุญาตเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกต่อประชาชน (IPO) ของ ONSENS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทฯ มีแผนในการเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 26.67 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย โดยวัตถุประสงค์ของการระดมทุนครั้งนี้เพื่อ ลงทุนในโครงการ Social Wellness Hotel & Spa ทองหล่อ ในส่วนพื้นที่สำหรับให้บริการออนเซ็นและสปา และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ชำระเงินกู้ยืมกับสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

การระดมทุนครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจ รองรับความต้องการเมกะเทรนด์ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมากในอนาคต จากเทรนด์ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตสูงขึ้น”.