28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

Dusit Central Park ประกาศความสำเร็จ โชว์ยอดขาย The Residences at Dusit Central Park ทะลุ 95%

Dusit Central Park ประกาศความสำเร็จ โชว์ยอดขาย The Residences at Dusit Central Park ทะลุ 95%

AW_PR_Images_ThankPress_Khun-La-ead-02s-Copy.jpg

บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ผู้พัฒนา Dusit Central Park และ The Residences at Dusit Central Park โครงการที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ใน Super Core CBD ย่านพระราม 4 – สีลม โชว์ความสำเร็จของทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ อาคารสำนักงาน Central Park Offices ศูนย์การค้า Central Park Retail และสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น รวมถึงยอดขายของ The Residences at Dusit Central Park กว่า 95% ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของอาเซียนที่พัฒนาตามมาตรฐานที่พักอาศัยสูงสุดระดับโลก LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family ล่าสุด เตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่ “Legacy in Light เมื่อตำนานส่องแสง” เนรมิตสวนดุสิตอรุณฯ ให้สว่างไสวด้วยแสงไฟนับแสนดวง พร้อมร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึง 4 มกราคม พ.ศ. 2569 รายได้ทั้งหมดจะร่วมสมทบทุนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไม่หักค่าใช้จ่าย

ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Dusit Central Park สามารถสร้างการรับรู้และความสนใจที่มีต่อการเดินหน้าครั้งสำคัญ ตั้งแต่การประกาศแปลงโฉมโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ เดิมสู่โครงการเวิล์ดคลาสมิกซ์ยูสมูลค่า 46,000 ล้านบาทที่มีทั้งโรงแรม ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และสวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในพื้นที่เดียวกันภายใต้วิสัยทัศน์ Here for Bangkok ที่วันนี้ได้พลิกโฉมหน้าของเมืองกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะย่านพระราม 4 – สีลมสู่การเป็นพื้นที่ Super Core CBD และ Luxury Spot ด้วยการมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับแบบ Seamless ในทุกองค์ประกอบของโครงการฯ"

ทั้งนี้ในเดือนกันยายนพ.ศ. 2567 ได้เปิดองค์ประกอบแรกอย่างโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ มียอดจองห้องพักและใช้บริการห้องจัดเลี้ยงตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำความโดดเด่นของแบรนด์ไทยบนเวทีระดับโลกกับการคว้ารางวัลระดับนานาชาติมากมาย อาทิ มิชลิน คีย์ 1 ดอก (One Michelin Key) 2025, Travels & Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2025 และ Best New Hotel in Asia Pacific in the Tatler Best Awards 2025

AW_PR_Images_ThankPress-06s-Copy.jpg

สำหรับในปีนี้ โครงการฯ ยังได้เดินหน้าเปิด Central Park ศูนย์การค้าที่รวบรวมแบรนด์อาหารและแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เปิดตัวอาคารสำนักงาน Central Park Offices คอมมูนิตี้คนทำงานระดับ Class A ที่ได้รับมาตรฐานอาคาร LEED Gold, WELL Platinum และ WiredScore Platinum

อีกหนึ่งหัวใจหลักของโครงการ Dusit Central Park ที่ได้กลายเป็นบรรทัดฐานของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นนั่นคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองกับ "สวนดุสิตอรุณฯ" สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยขนาด 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) โดยออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) และแนวคิด Inclusive Design For All เพื่อให้พื้นที่สีเขียวสามารถตอบรับการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศ ทุกวัย พร้อมคัดเลือกพันธุ์ไม้ไทยแท้ 100% ที่เป็นไม้ประจำถิ่นและไม้ที่หาชมได้ยากมาปลูกบนพื้นที่สีเขียวแห่งนี้และนำหลัก Biophilic Design เข้ามาเชื่อมโยงผู้คนที่เข้ามาใช้บริการให้สามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและคุณภาพเมืองให้แก่คนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมาได้ต้อนรับผู้มาเยือนทั้งไทยและต่างชาติอย่างล้นหลาม

“อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่นับเป็นความสำเร็จและภาคภูมิใจของเราคือ The Residences at Dusit Central Park ที่พักอาศัยรูปแบบ Branded Residences ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ที่นำเสนอ 2 Living Concepts ในอาคารเดียวพร้อม Facilities ที่ครบครันและครอบคุมทุกไลฟ์สไตล์ เติมเต็มประสบการณ์การพักอาศัยด้วยการบริการในรูปแบบ Graciously Dusit Hospitality ที่อบอุ่นและใส่ใจในทุกรายละเอียดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดุสิตธานีที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้วยความสูงถึง 299 เมตร ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะเป็นอาคารที่สูงเป็น 5 ลำดับแรกของประเทศไทย และเป็นโครงการแรกของอาเซียนที่พัฒนาตามมาตรฐานสูงสุด LEED Gold v4.1 Residence Multi-Family ซึ่งมุ่งเน้นในการยกระดับ Well-being ในหลากหลายมิติ ทั้งคุณภาพอากาศ ความสะอาด ความเป็นส่วนตัว และความสบายในการพักอาศัย เราตั้งใจสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับและยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน ตั้งแต่ช่วงรอการส่งมอบจนถึงการอยู่อาศัยจริง โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งหรูชั้นนำของไทยในการรังสรรค์ Show Residences 3 ยูนิต 3 สไตล์ พร้อมบริการออกแบบและตกแต่งครบวงจรเพื่อสร้างประสบการณ์ Effortless with One Seamless Experience ความสะดวกสบายแบบไร้รอยต่อเฉพาะสำหรับลูกบ้านของเรา ปัจจุบันมียอดขายกว่า 95% คิดเป็นมูลค่าราว 17,000 ล้านบาท ช่วงเปิดสวนทำให้ทุกคนสนใจเรซสิเดนซ์มากขึ้น ทำให้ช่วง 2 เดือนยอดขายพุ่งมาก”

สำหรับ The Residences at Dusit Central Park ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 95% เหลือเพียง 10 กว่ายูนิต โดย 75% เป็นคนไทยที่มาซื้อ และอีก 25% เป็นต่างชาติ  ทั้งนี้มีเพนเฮาส์จำนวน 7 ห้อง ขายไปแล้ว 5 ห้อง ยังคงเหลือเพนเฮาส์ที่ขนาดใหญ่สุดกว่า 900 ตารางเมตร ซึ่งมีผู้สนใจที่จะซื้อเช่นกัน ที่คุณละเอียดบอกเพียงสั้นๆ ว่า

"ของดีต้องเก็บไว้สุดท้าย เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวแต่เก็บลูกชิ้นไว้สุดท้าย”

AW_PR_Images_ThankPress-07s-Copy.jpg

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงปลายปี ทาง Dusit Central Park ยังได้เตรียมจัดงานส่งท้ายปีบนสวนดุสิตอรุณฯ “Legacy of Light เมื่อตำนานส่องแสง” โดยนำเสนอความสวยงามของแสงไฟผสานเข้ากับพื้นที่สวนดุสิตอรุณฯ พร้อมกิจกรรมพิเศษดนตรีในสวน โดยศิลปินชื่อดัง โต๋ ศักดิ์สิทธ์, แอม เสาวลักษณ์, ใหม่ เจริญปุระ, กิต เดอะว๊อยซ์, โรส ศิรินทิพย์ และวงออเครสตร้าจากมหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มจากโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ และพื้นที่บริเวณอัฒจันทร์ดุสิตพินีที่จะมีจอขนาดใหญ่แสดงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นสภานายิกาของสภากาชาดไทย หน่วยงานที่กำกับดูแลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

กิจกรรม “Legacy of Light เมื่อตำนานส่องแสง” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ถึง 4 มกราคม พ.ศ. 2569 รายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำมาร่วมสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สำหรับปี 2569 คุณละเอียดเผยว่า ในส่วนของ The Residences at Dusit Central Park จะแล้วเสร็จและจะทยอยโอน รวมถึงการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอีก 2 อุโมงค์

"ปีหน้าเหลืออีกเพียง 1 ส่วนที่ต้องดำเนินให้แล้วเสร็จ คือ The Residences at Dusit Central Park ในขั้นตอนการตกแต่งภายในและจะเชิญชวนให้ลูกบ้านเข้ามาตกแต่งมาพักให้มากที่สุด รวมถึงการสร้างอุโมงค์ที่เชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินอีก 2 แห่ง เป็นภารกิจใหญ่สำหรับปีหน้า"