28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ทำความรู้จัก MMM Capital กับโมเดลธุรกิจ “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์”

ทำความรู้จัก MMM Capital กับโมเดลธุรกิจ “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์”

p12-daily-mmm-01.jpg

ปลายปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีความเคลื่อนไหวหนึ่งที่น่าสนใจ เมื่อบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM นำร่องเป็นหุ้นรายแรกที่ย้ายจากตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง โดยมาพร้อมกับโมเดลธุรกิจของการเป็น “มินิมาร์ทอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งเรียกความสนใจจากตลาดได้ไม่น้อย

บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2559 โดย สุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล และ ณิชา โรจน์วัฒนา ในฐานะตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์และทำการตลาดให้กับผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง ผ่านเครือข่ายทีมขายที่มีโมเดลเหมือนธุรกิจประกันภัย ซึ่งบริษัทได้ศึกษาโมเดลธุรกิจจากเจ้าของโครงการรายใหญ่ ทั้งการรวบรวมนักขายต่างๆ การทำสื่อโฆษณาทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มาปรับใช้กับเจ้าของโครงการรายกลางและรายเล็ก ในรูปแบบการเป็น “โบรกเกอร์ อสังหาริมทรัพย์” เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้ไปต่อ เงินไม่จม สต๊อกไม่จม

ณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล กล่าวกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ถึงที่มาของ เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ไว้ว่า ระยะหลายปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น หรือแม้กระทั่งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ตลาดเกิดสภาวะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่มักประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ถูกปฏิเสธสินเชื่อ และยังมีข้อจำกัดในการทำการตลาด เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็ก การทำสื่อโฆษณาจึงไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตที่ไม่มาก ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า และมีทรัพยากรในการทำการตลาดที่มากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ตัดสินใจก่อตั้ง เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและอุดช่องว่างในตลาด

“ณ วันนี้ ตลาดมีปัญหาเยอะ เราต้องการช่วยผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาทางการขาย การทำการตลาดและสภาพคล่อง ขาดกระแสเงินสด เริ่มคืนหนี้หรือจ่ายดอกเบี้ยธนาคารไม่ได้ มีปัญหาการขายของค้างสต๊อกนานๆ เงินจม ซึ่งโครงการเหล่านี้มักโดนธนาคารยึดและให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือ AMC มาแข่งกันประมูล แต่เราตัดวงจร พอคุณเริ่มมีปัญหา ไม่ต้องรอให้ธนาคารยึด MMM จะเข้ามาช่วย เราเรียกโมเดลนี้ว่า ‘Pre-AMC’ ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำแต่ความสามารถในการทำกำไรสูง และเราเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่เข้ามาช่วยผู้ประกอบการตรงนี้” ณิชา กล่าว

p12-daily-mmm-02.jpg

จากปี 2559 เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ใช้เวลาราวๆ 6 ปี ในการสร้างการเติบโตและสามารถเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ได้ โดยปักธงวันที่ 18 ธันวาคม 2566 เป็นวันซื้อขายวันแรก หลังจากนั้นอีกเพียง 2 ปี เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เดินตามโรดแมปที่วางไว้ สามารถเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเปิดการซื้อขายไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ด้วยจำนวน 64.2 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท และถือเป็นผู้นำร่องย้ายจาก LiVEx เข้าสู่ mai เป็นรายแรก

ปัจจุบัน เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยทุกประเภทให้กับเจ้าของโครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น นนทบุรี ชลบุรี และระยอง ผ่านการวางกลยุทธ์ทางการตลาด โดยการขายโครงการผ่านเครือข่ายนายหน้าอิสระ ซึ่งประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

1. ที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) โดยเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อให้บริการแนะนำติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ตลอดจนประสานงานเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯ ระหว่างผู้ซื้อกับเจ้าของโครงการจนกว่าแล้วเสร็จ คิดเป็น 70% ของธุรกิจทั้งหมด

2. การบริหารงานขายโครงการ (BU2) เป็นตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้บริการ แนะนำ ติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ตลอดจนประสานงานเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการจนกว่าแล้วเสร็จ และยังให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) ซึ่งเป็นการรวมรูปแบบการให้บริการที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) ในช่วงแรก และสิทธิในการเลือกเป็นการบริหารงานขายโครงการแบบรับประกันการขาย (BU2) ในช่วงที่สอง โดยคิดเป็น 25%

3. การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีสภาพดีนำมาปรับปรุงเพื่อจำหน่าย คิดเป็นเพียง 5% ของพอร์ตฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ใช้เงินทุนสูงสุดในบรรดาโมเดลธุรกิจทั้งหมด

“MMM มีโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น ด้วยการวางตำแหน่งเป็น ‘มินิมาร์ทอสังหาฯ’ ที่ไม่ต้องลงทุนสร้างเอง แต่นำสินค้าที่เป็นที่อยู่อาศัยมาขาย โดยมุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงผ่านการบริหารโครงการที่หลากหลายประเภทและทำเลที่ตั้ง อาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการวางแผนการตลาดที่ครอบคลุม ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายเอเยนต์อิสระ ซึ่งเราให้ค่านายหน้าที่สูงกว่าตลาด และเขามีอิสระในการคิดโปรโมชันต่างๆ ได้เอง ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีความร่วมมือกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการบริหารการขาย เพื่อให้สามารถส่งมอบโครงการได้ทันตามกรอบระยะเวลาการขายที่กำหนด“

และถ้าเจาะไปที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าระหว่างปี 2565 - 2567 เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 168.08 ล้านบาท 255.66 ล้านบาท และ 357.88 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 35.09 ล้านบาท 47.74 ล้านบาท และ 80.76 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 20.62 ร้อยละ 18.49 และร้อยละ 22.39 และงวด 6 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการขายและบริการ 339.41 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 63.30 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18.58% ตามลำดับ

ภายหลังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล ยังมีความคืบหน้าออกมาให้ตลาดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการคว้าสัญญาบริหารงานขายโครงการแนวราบ โซนวงแหวน – ลำลูกกา ของ บมจ.เบล็ส เเอสเสท กรุ๊ป “BLESS” ประเดิมสัญญาแรก 17 ยูนิต มูลค่า 60 ล้านบาท และคว้างานบริหารงานขาย บริษัท ทรัพย์พล กรุ๊ป จำกัด บ้านโซนรังสิต คลอง 9 มูลค่าโครงการรวม 1,195 ล้านบาท จำนวน 217 ยูนิต

อีกทั้งยังปิดดีลรับบริหารงานขายโครงการคอนโดมิเนียม High Rise “ณวรางค์ เจริญนคร” เฟสแรกจำนวน 27 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 140 ล้านบาท และยังคว้างานบริหารงานขายโครงการ Living Sense 2 โครงการแนวราบ โซนอุตสาหกรรม จ.ระยอง มูลค่า 35 ล้านบาท ของบริษัท พาเวิร์คแอสเซท จำกัด อีกด้วย

สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เตรียมนำไปขยายธุรกิจทั้งใน 3 ธุรกิจ โดยตั้งเป้าเจาะตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในด้านการเป็นที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

ซึ่งน่าจับตาต่อว่า หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai แล้ว เราจะได้เห็น เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เข้าไปโลดแล่นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในอนาคตอันใกล้หรือไม่.