28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

สุธิดา มงคลสุธี กับจังหวะก้าวของ SYNNEX

สุธิดา มงคลสุธี กับจังหวะก้าวของ SYNNEX

p24-weekly-synex-01.jpg

การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีโดยตัวแปรสำคัญอย่าง AI ทำให้ธุรกิจในทุกแวดวงต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน แต่การเป็นผู้นำจำเป็นที่ต้องคิดไปไกลมากกว่าการพัฒนาให้เท่าทันเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในเวลานั้น แต่ต้องนำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะ AI ถูกยอมรับว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในหลายมิติ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจด้านไอที

SYNNEX (ซินเน็ค) หนึ่งในบริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์ไอที ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านเครื่องเขียน “แต้ เกียง เซ้ง” ในปี 2497 ก่อนจะวิวัฒนาการ พัฒนามาเป็นบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีมากกว่า 70 แบรนด์ และยังเป็นผู้ใช้บริการโซลูชันสำหรับองค์กร เช่น ระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ ซอฟต์แวร์คลาวด์ ความคิดที่ต้องพัฒนาให้ทันเทคโนโลยี ผนวกเข้ากับสินค้าและบริการ ทำให้ ซินเน็คเป็นองค์กรที่มีรายได้หลักหมื่นล้าน

“ผู้จัดการ 360องศา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ถึงการเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก Distributor ไปสู่ Value-added Distributor

“เราบอกตัวเองเสมอ ว่าเราไม่ใช่แค่ Distributor แต่เราเป็น Value-added Distributor เราเป็น Service Provider ที่มีครบวงจร แต่วันนี้ชัดเจนมากขึ้น ด้วยโซลูชันที่เราทำอยู่ตอนนี้ เราขายแบรนด์จำนวนมาก และการที่เรามีแบรนด์ที่หลากหลาย ทำไมเราไม่ผนวกเป็นโซลูชันเพราะแบรนด์ที่เรามีในมือตอนนี้คือระดับชั้นนำของโลก วันนี้เราเห็นแล้วว่าโซลูชันน่าจะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่จะทำอย่างไรให้ชัดขึ้น เราจึงได้สร้างSynnex Technology Showcase พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริงของโซลูชันต่างๆ”

การสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย Synnex Technology Showcase เป็นก้าวสำคัญทางธุรกิจที่จะหนุนให้ซินเน็คเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ หญิงแกร่งแห่งซินเน็คยังผสมผสาน AI เข้ามาในโซลูชันต่างๆ เพื่อนำเสนอให้ลูกค้าเห็นว่านี่จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ Hardware ต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ซินเน็คลงทุนไปประมาณ 25-30 ล้านบาท

p24-weekly-synex-02.jpg

นอกจากนี้ ซินเน็คยังมีการลงทุนด้าน AI กว่า 10 ล้านบาท โดยใส่เทคโนโลยี AI เข้าไปในโซลูชันต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ เช่น กล้องวงจรปิด ที่สามารถวิเคราะห์และยังแจ้งเตือนพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนใน Warehouse เพื่อปรับปรุงคลังสินค้าให้เป็นระบบอัตโนมัติ

“ซินเน็ค มีแบรนด์หลายกลุ่มสินค้าตลอด 30 กว่าปีที่เราเติบโตมา โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีหลัง ที่เทคโนโลยีขยายตัวกว้างไปเรื่อยๆ นอกจากพัฒนาการด้าน Hadeware ทำไมเราไม่ขยายตลาดด้านโซลูชัน เรามองว่าตลาดนี้น่าจะเป็นโอกาสของเรา

“AI มันอยู่กับเรามานานมาก ปัจจุบัน AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของทุกคนมากขึ้น เช่น ChatGPT ทำให้เราเข้าใจ AI มากขึ้น และ AI ก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ข้อดีของการพัฒนาด้าน AI คือทำให้มีราคาถูกลง ไม่แรงเท่ายุคแรกๆ หลายคนเริ่มมองเห็นแล้วว่าเทคโนโลยีที่เข้ามาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไร และโดยเฉพาะต้นทุนที่ถูกลง จากเดิมที่เคยใช้งานในระดับผู้บริโภคทั่วไป เราพัฒนาและออกแบบโซลูชันที่ผสมผสานกับ AI เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับองค์กร ช่องว่างนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของเรามีโอกาสเติบโตขึ้น

แต่การเข้ามาในตลาดนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ Pre-sale ซึ่งต้องสำรวจว่าผู้ใช้งานอยากได้อะไรบ้าง และเราต้องตอบโจทย์ จากนั้นเราต้องมี After sale Service ต้องมี Onsite Service ซึ่งการจะเข้ามาในตลาดนี้เราต้องมีความพร้อมอย่างรอบด้าน และที่สำคัญเราต้องพร้อมที่จะเป็นคีย์หลักพาร์ตเนอร์ให้แก่ลูกค้า”

การเติบโตของซินเน็คที่ผ่านมาไม่ใช่แค่การพัฒนาโซลูชันใหม่ๆ ด้วยการใช้ AI มาเป็นคีย์สำคัญในการเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องพัฒนาไปถึงคนทำงานเบื้องหลังที่ประกอบส่วนจากหลายเจเนอเรชัน เพื่อให้สอดรับกับองค์กรที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยที่ต้องพร้อมปรับเปลี่ยน เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ยืดหยุ่น และทำงานภายใต้ KPI ขององค์กร

“ตอนนี้ไดนามิกเปลี่ยนตลอดเวลา สิ่งที่จะทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปหลังจากนี้คือบุคลากร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นที่เราเห็นคือเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วมาก วันนี้คนในเจเนอเรชันใหม่ๆ ก็เข้ามาในวงการและมีบทบาทมากขึ้น สิ่งที่เราต้องปรับตัวก็คิดว่า คงคล้ายๆ กับองค์กรอื่นๆ คือเรื่องของบุคลากร เรานำเทคโนโลยี AI มาใช้ค่อนข้างเยอะ แต่อย่างไรก็ตาม บุคลากรก็ยังเป็นบุคคลที่สำคัญ ทำอย่างไรให้ทุกอย่างสามารถทำงานไปได้ภายใต้ความยืดหยุ่น ซึ่งแม้แต่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยยังสามารถยืดหยุ่นได้จนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราได้ แต่ทำอย่างไรให้งานที่เราทำนั้นสัมฤทธิผล”

และสิ่งที่สร้างให้ซินเน็คแตกต่างจากแบรนด์อื่น คือ ตราสัญลักษณ์ Trusted by Synnex ที่จะรับประกันสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยครอบคลุมทุกบริการ ตั้งแต่บริการหลังการขาย บริการซ่อม ที่สร้างความไว้วางใจจากลูกค้า นี่เป็นระบบนิเวศที่ซินเน็คสร้างขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้นำหญิงอย่าง สุธิดา มงคลสุธี.