28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

10 ปี ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กับการเดินหน้าสู่ Next Era

10 ปี ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กับการเดินหน้าสู่ Next Era

p12-daily-aira-01.jpg

ปลายปี 2567 ชื่อของ “ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทเรือธงด้านอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มไอร่า แคปปิตอล (AiRA) เป็นที่สนใจของแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีชื่อปรากฏบนหน้าสื่อในฐานะผู้ที่สามารถคว้าที่ดินทำเลทองใจกลางย่านสีลมมาไว้ในมือได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ Upper Upscale 29 ชั้น มูลค่าการลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเป็นครั้งแรกของไอร่า พร็อพเพอร์ตี้

บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (AiRA Property) ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 จากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับนานาชาติ 2 ราย ได้แก่ บริษัท เคเนดิกซ์ เอเชีย จำกัด (Kenedix Asia) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่น และบริษัท ยูจีน อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซิคิวริตี้ส์ จำกัด (Eugene Investment & Securities) บริษัทการเงินชั้นนำจากเกาหลีใต้ นั่นทำให้ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ มีโครงสร้างของผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่ง โดยเป้าหมายหลักคือการลงทุนและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงที่มองผ่านเลนส์ของนักการเงิน

คุณนลินี-งามเศรษฐมาศ-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-AIRA-Group.jpg

นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AiRA ฉายภาพรวมของกลุ่มไอร่าไว้ว่า ไอร่าดำเนินธุรกิจในลักษณะ Investment Holding Company โดยมีโครงสร้างธุรกิจแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มธุรกิจการเงินและการลงทุนครบวงจร เช่น ธุรกิจหลักทรัพย์, วาณิชธนกิจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากบริการทางการเงิน และ 2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมี บมจ.ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เป็นเรือธงในการพัฒนาและบริหารโครงการ โดยเน้นโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เป็นหลัก เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น อาคารสำนักงานและโรงแรมระดับพรีเมียม ทั้งนี้ จากผลสำรวจในปีที่ผ่านมาพบว่า ไอร่า กรุ๊ป มีสินทรัพย์รวมมากเป็นลำดับที่ 2 ของตลาดหลักทรัพย์ mai

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แม้ชื่อของ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จะไม่ได้ถูกพูดถึงหรือมีความเคลื่อนไหวที่หวือหวามากนัก แต่ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กำลังสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง และสามารถพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและโรงแรมระดับพรีเมียมในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ได้เป็นผลสำเร็จ ทั้ง “สปริง ทาวเวอร์” (Spring Tower) อาคารสำนักงานให้เช่าในย่านราชเทวี ซึ่งเป็นโครงการแรก ตามมาด้วยการคว้าที่ดินบนถนนสีลมเพื่อพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ Upper Upscale ที่มีมูลค่าการลงทุนมากถึง 2,300 ล้านบาท

website-02-Copy.jpg

ภาพจาก Website AiRA Property

“หลังจากที่เราตัดสินใจที่สร้างบริษัทด้วยกัน สิ่งแรกที่คิดคือ พื้นที่และทำเลที่ควรทำ และเราก็ได้พบกับพื้นที่ตรงราชเทวี จึงเกิดเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ‘สปริง ทาวเวอร์’ ขึ้น โดยมีเสนาดีเวลลอปเม้นท์และแสงฟ้าก่อสร้างเข้ามาร่วม และบริษัท แอสไพเรชั่น วัน เข้ามาบริหารดูแลอาคาร เพราะในขณะนั้นเราพิจารณาว่า การจะสร้างตึกและการดูแลตึกต้องใช้ผู้ที่ชำนาญการ ปัจจุบัน สปริง ทาวเวอร์ มีอัตราเช่าพื้นที่ประมาณ 93% และคาดว่าน่าจะแตะ 97-98% ได้ภายในสิ้นปี 2569 เรียกว่าผลงานชิ้นนี้สำเร็จด้วยความร่วมมือของทุกคน และเราพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อ นี่คือเหตุผลที่เราตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรม” นลินี กล่าว

สำหรับ “สปริง ทาวเวอร์” เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรด A ที่ได้การรับรองมาตรฐาน LEED Gold Certified ตั้งอยู่บริเวณแยกราชเทวี บนจุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีเขียวอ่อนที่สถานีราชเทวีและสายสีส้มในอนาคต ซึ่งตัวสถานีจะตั้งอยู่บนที่ดินของสปริง ทาวเวอร์พอดี ทั้งนี้ สปริง ทาวเวอร์ เปิดให้บริการผู้เช่ามาตั้งแต่ต้นปี 2563 ปัจจุบันมีอัตราการเช่าพื้นที่ 93% ในอนาคตวางแผนเพิ่ม Fitness Center รวมถึงการปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าสมัยใหม่ เช่น EV Charging Station ตลอดจนพัฒนาอาคารและฟังก์ชันให้ทันสมัยมากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารสำนักงาน ภายใต้กลยุทธ์ Asset Enhancement เพื่อยกระดับอาคารและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

website-Silom-Site-Copy.jpg

ภาพจาก Website AiRA Property

หลังประสบความสำเร็จจากอาคารสำนักงาน ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าต่อ ด้วยการบุกธุรกิจโรงแรม โดยได้รับสิทธิการเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ บริเวณที่มีศักยภาพสูงบนถนนสีลม ด้วยขนาดที่ดิน 1 ไร่ครึ่ง ระยะเวลา 30 ปี เพื่อพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ Upper Upscale ความสูง 29 ชั้น จำนวน 303 ห้อง มูลค่า 2,300 ล้านบาท เจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักธุรกิจ

ล่าสุด ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ออกมาเผยถึงความคืบหน้าโครงการโรงแรม พร้อมเปิดแผนยุทธศาสตร์เพื่อก้าวสู่ทศวรรษใหม่ เพื่อยกระดับ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ สู่การเป็นผู้พัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศในอนาคตและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองอย่างยั่งยืน

เจนวิทย์ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “เราไม่ได้เพียงแค่สร้างอาคาร แต่สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” (We aren’t just building structures, we are building lasting value.) โดยการผสานนวัตกรรมเข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และมุ่งบริหารจัดการสินทรัพย์คุณภาพสูงเพื่อสร้างรายได้ประจำ

p12-daily-aira-02.jpg

สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษใหม่ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จะดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.) Strategic Recurring Income มุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำที่มั่นคงและกระแสเงินสดต่อเนื่อง ทั้งอาคารสำนักงานเกรด A และการพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ Upscale ใจกลางสีลม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 2.) โมเดลการเติบโตแบบ Asset Light & Synergy โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงินของกลุ่มไอร่ามาต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ และการวางแผนจัดตั้งกองทรัสต์ (REITs) เพื่อสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่งและต่อยอดการลงทุนใหม่ๆ และ 3.) การเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) โดยจะนำ “ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอนาคต

ในส่วนของโครงการโรงแรมระดับ Upper Upscale ในย่านสีลมนั้น ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ได้ ‘Hilton’ เชนโรงแรมระดับโลกมาเป็นพันธมิตร เพื่อบริหารโรงแรมในแบรนด์ “DoubleTree by Hilton Bangkok Silom” (ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน แบงคอค สีลม) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่แบรนด์หนึ่งของเครือ Hilton เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจโรงแรม

ปัจจุบันโครงการโรงแรมอยู่ระหว่างการพัฒนาและยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งตัวโรงแรมออกแบบเป็น Green Building รองรับมาตรฐาน LEED Hospitality คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และแล้วเสร็จภายในปี 2572

ไม่เพียงเท่านั้น ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ตามมาอีกในอนาคต โดยเน้นทำเลศักยภาพที่ไม่ได้จำกัดแค่เพียงในกรุงเทพฯ แต่ยังเล็งพื้นที่ในหัวเมืองสำคัญๆ ทั้ง ภูเก็ต ชลบุรี พัทยา เพื่อตอบรับดีมานด์ของทางฝั่งอีอีซีทั้งในแง่การท่องเที่ยวและนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย.