จากร้านแรกในไทยเมื่อปี 2559 ปัจจุบัน “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” (MR. D.I.Y.) อยู่ในเมืองไทยมาครบ 10 ปี และเป็น 10 ปีที่มีการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีสาขาที่เปิดให้บริการรวม 1,127 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และให้บริการลูกค้ามากกว่า 120 ล้านรายต่อปี
“ช่วง 1-5 ปีแรก ของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในประเทศไทย เป็นช่วงที่เราลองผิดลองถูก เรียนรู้และปรับโมเดลธุรกิจ ตลอดจนรูปแบบของร้าน เพื่อให้เหมาะกับประเทศไทย 5 ปีแรก เราเปิดสาขาไป 250 สาขา พอเข้าปีที่ 6 เราเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5 ปีหลัง สามารถเปิดสาขาเพิ่มได้อีก 850 สาขา โดยในปี 2568 เป็นไมล์สโตนสำคัญของ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เพราะมีการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี” แอนดี้ ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว
สำหรับปี 2568 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สามารถรายได้สูงสุดกว่า 20,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 48% อยู่ที่ 2,600 ล้านบาท โดยความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของยอดขายในสาขาเดิม และจำนวนรายการขายที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

ในจำนวน 1,127 สาขาของ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. นั้น 76 สาขาอยู่ทางภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 266 สาขา, ภาคกลาง 338 สาขา, ภาคตะวันตก 63 สาขา, ภาคตะวันออก 132 สาขา, ภาคใต้ 137 สาขา และกรุงเทพฯ 115 สาขา โดยเป็นสาขาที่อยู่ในมอลล์ 298 สาขา หรือราวๆ 31% และ 69% เป็นรูปแบบร้าน standalone ด้วยจำนวนสาขา 829 สาขา
“ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป้าหมายของเราชัดเจนมาโดยตลอด คือการทำให้อุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันมีราคาที่จับต้องได้ และเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายและสะดวกในทุกจังหวัด เมื่อเราก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สอง เรายังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างรอบคอบ การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับคุณค่าที่เราส่งมอบให้กับลูกค้าของเรา”

ทุ่มเม็ดเงิน 4,000 ล้าน สร้างการเติบโตในทศวรรษใหม่
ในปี 2569 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เดินหน้าขยายสาขาและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการทุ่มงบลงทุนถึง 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายสาขาใหม่ที่จะใช้งบราวๆ 2,100 ล้านบาท และลงทุนสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติอีก 1,900 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ 210 สาขา ซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดหาพื้นที่แล้วประมาณ 70% ของจำนวนสาขาดังกล่าว ซึ่งการขยายสาขาในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายสาขาให้ครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่เขตเมืองและชุมชนในพื้นที่ห่างไกล
ส่วนคลังสินค้าอัตโนมัติ จะอยู่บนถนนบางนา-ตราด พื้นที่ 160 ไร่ รองรับการกระจายสินค้าได้ถึง 3,000 สาขา และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 และการลงทุนในครั้งนี้ก็สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทที่มีต่อตลาดค้าปลีกในประเทศไทย และความมุ่งมั่นในการขยายสาขาทั่วประเทศ
ที่สำคัญ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังได้เปิดตัวร้านรูปแบบ 2.0 (Store Format 2.0) ซึ่งเป็นร้านรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมอัตลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยหน้าร้านสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าผ่านการปรับปรุงระบบแสงสว่าง การจัดผังร้านให้มองเห็นสินค้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการคัดสรรสินค้าให้เหมาะสมกับรูปแบบร้านค้าและความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่
ในส่วนของสินค้า ปัจจุบัน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีสินค้าประมาณ 16,000 รายการ ใน 6 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา, ของเล่น และสินค้าเบ็ดเตล็ด มีการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ 1,000 รายทั่วโลก สำหรับในไทย 75% เป็นสินค้านำเข้าทั้งจาก จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย และอีก 25% เป็นสินค้าภายในประเทศ และมีซัพพลายเออร์ราวๆ 300 ราย

โดยจะสร้างการเติบโตผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้จุดแข็งของสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (Private Label) และสินค้าลิขสิทธิ์ ทั้งแบรนด์ MR. D.I.Y. Premium, MR. D.I.Y., DAY’S, HOJA, ADOREA, O.O Meow และ Banana-Ya เพื่อมอบความหลากหลาย คุณภาพที่ได้มาตรฐาน และราคาที่แข่งขันได้ ที่ยังคงยึดหัวใจสำคัญของแบรนด์คือ “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices) ที่ราคาถูกกว่าประมาณ 27% โดยจะมีสินค้าใหม่ทุกเดือนกว่า 500 รายการ
นอกจากกลยุทธ์การขยายสาขาและการบริหารจัดการสินค้าแล้ว แอนดี้ ชิน ยังเผยต่อว่า ตลอดปี 2569 มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ยังเตรียมเปิดตัวแคมเปญการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขาย มากกว่า 70 แคมเปญ ทั้งการนำเสนอโปรโมชัน และกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนพลังงานสะอาด และการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ในสาขาใหม่รูปแบบสแตนด์อโลนที่เปิดใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องยังคาดว่าจะสร้างโอกาสในการจ้างงานมากกว่า 2,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่น และส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในประเทศไทยอีกด้วย

กล่าวโดยสรุป กลยุทธ์ที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. จะนำมาใช้ในปี 2569 จะโฟกัสใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1. การขยายสาขา, 2. เพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยยังคงยึดหลัก “ราคาถูกคุ้มเสมอ” (Always Low Prices), 3. ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ Top of Mind ของผู้บริโภค ผ่านแคมเปญ และการปรับปรุงร้านรูปแบบ 2.0 และ 4. ดำเนินการเรื่อง ESG ต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล
ปัจจุบัน มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีจำนวนสาขาทั่วโลกรวม 6,000 สาขา จำนวนสาขาในไทยคิดเป็น 20% ของทั้งหมด ซึ่งไทยถือเป็นตลาดสำคัญของ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. และเป็นประเทศแรกที่ มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ขยายสาขาออกนอกมาเลเซีย ทั้งนี้ แอนดี้ ชิน มองว่ายังสามารถขยายสาขาได้ต่อไปอีกในอนาคต เพราะปัจจุบันโดยเฉลี่ยแล้ว มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในไทยให้บริการลูกค้าราวๆ 62,000 รายต่อสาขา ในขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ 22,000 รายต่อสาขา นั่นแสดงว่า มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ยังสามารถขยายสาขาได้อีก
“จากการเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2559 จนถึงปัจจุบันที่เรามีสาขามากกว่า 1,100 แห่งทั่วประเทศ การเติบโตของเราตลอดเส้นทางนี้เกิดขึ้นได้จากความไว้วางใจของผู้บริโภคชาวไทย ขณะที่เราก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สองของการดำเนินธุรกิจ เรายังคงมุ่งมั่นเติบโตอย่างมีวินัย การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการส่งมอบความคุ้มค่าในทุกวันให้กับทุกครัวเรือนในประเทศไทย” แอนดี้ ชิน ทิ้งท้าย