แม้หลายฝ่ายจะมองตรงกันว่าสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นห้วงเแห่งความท้าทาย และไม่สดใสเท่าใดนัก แต่ถึงกระนั้นตลาดการบินส่วนบุคคล หรือ Private Aviation กลับขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการเติบโตอย่างชัดเจน โดยมีการเติบโตสูงกว่า 17% ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา และมีผู้ซื้อหน้าใหม่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ
ในขณะที่ประเทศไทยถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะมีการเติบโตทั้งบริการเช่าเหมาลำและการบริการภาคพื้นดินสําหรับอากาศยานส่วนบุคคล (Fixed-based Operator, FBO) โดยมีผู้เล่นคนสำคัญอย่าง MJets ที่ถือเป็นผู้บุกเบิกและอยู่ในตลาดมานานกว่า 2 ทศวรรษ ล่าสุด MJets กำลังเขย่าวงการการบินส่วนบุคคลด้วยการจับมือกับ Gulfstream Aerospace Corp. ผู้ผลิตเครื่องบินธุรกิจส่วนตัว (Private Jet) รายใหญ่ของโลก ในฐานะตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินในต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องบินส่วนตัวในไทยได้เป็นอย่างดี
สำหรับบริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด หรือ MJets ถือเป็นผู้บุกเบิกในธุรกิจการบินส่วนบุคคลรายแรกๆ ในไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2550 ในชื่อ Minor Aviation โดย William E. Heinecke (วิลเลียม อี. ไฮเน็ค) ผู้ซึ่งหลงใหลในด้านการบิน และยังเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของบริษัท Minor International (MINT) กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ก่อนที่ภายหลัง Minor Aviation จะเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets Limited) ในปี 2551 อีกทั้งยังได้ Kirit Shah (กิริต ชาห์) นักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่ม GP Group และผู้ก่อตั้งบริษัท Precious Shipping (PSL) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย และดำเนินธุรกิจเรือบรรทุกสินค้าแห้ง (dry-bulk) มาเป็นอีกหนึ่งพาร์ตเนอร์คนสำคัญ
โดยบริการหลักของ MJets ได้แก่ บริการเช่าเหมาลำเครื่องบินธุรกิจ (business jet charter), การจัดการเครื่องบิน, งานบำรุงรักษา และการให้บริการภาคพื้นดินสําหรับอากาศยานส่วนบุคคลที่เริ่มให้บริการเป็นรายแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2553 รวมถึงมีศูนย์บริการอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคลแห่งแรกของประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เพื่อรองรับเจ้าของเครื่องบินส่วนตัวโดยเฉพาะ นอกจากนั้น ยังมีโรงเก็บเครื่องบิน (hangar) ถึง 4 แห่ง ที่สามารถให้บริการซ่อมบำรุงและบริการภาคพื้นดิน และมีฝูงบินหลายรุ่นทั้ง Cessna Citation และ Gulfstream ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งที่ทำให้ MJets ขึ้นแท่นผู้นำในตลาด ก่อนที่จะขยายธุรกิจไปยัง เมียนมา อินเดีย กัมพูชา และสิงคโปร์ ในภายหลัง
ขณะที่ Gulfstream Aerospace Corp. บริษัทย่อยของ General Dynamics. เป็นผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตธุรกิจสัญชาติอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องบินเจ็ตความเร็วสูงและระยะไกล มีเครื่องรุ่นยอดนิยม อย่าง G650, G500 และ G300 ปัจจุบัน Gulfstream มีจํานวนเครื่องบินมากกว่า 3,500 ลํา ที่บินประจําการอยู่ทั่วโลก โดย 330 ลำ อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และนำมาสู่ความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ด้วยการแต่งตั้ง MJets ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินในต่างประเทศอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Michael Swift รองประธานกลุ่มงานขายระหว่างประเทศของ Gulfstream กล่าวถึงการขยายตลาดและการจับมือกับ MJets ในครั้งนี้ว่า “ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดเครื่องบินส่วนตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราเติบโตอยู่ที่ประมาณ 17% และมีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่ที่ตัดสินใจซื้อเครื่องบินส่วนตัวเป็นครั้งแรกเพิ่มมากขึ้น อันสืบเนื่องมาจากความต้องการของนักธุรกิจ เศรษฐี และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ซึ่ง Gulfstream มีอากาศยานให้บริการในภูมิภาคนี้มากกว่า 330 ลำ”
“สำหรับประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน มีผู้ประกอบการระดับโลกในหลากหลายธุรกิจ และมีความต้องการในการเดินทางด้วยเครื่องบินระยะไกลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงเหมาะในการเป็นฮับทางการบิน ในขณะที่ MJets เองก็ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงในวงการการบินธุรกิจ และถือเป็นหุ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบสําหรับ Gulfstream”
ซึ่ง Gulfstream มองเห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง Gulfstream G700 และ G800 เนื่องจากผู้ประกอบการต่างมองหาเครื่องบินที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความเร็ว และพิสัยการบินที่จําเป็นสําหรับการเดินทางสู่จุดหมายที่ไกลขึ้นด้วยระยะเวลาที่สั้นลง ในปัจจุบันได้มีการส่งมอบเครื่องบินรุ่น G700 สู่ภูมิภาคนี้แล้วหลายลํา ขณะที่เครื่องบินรุ่น G800 ลําแรกมีกําหนดการส่งมอบในปี 2569
ทางฝั่ง วิลเลียม อี. ไฮเน็ค แห่ง MJets กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางของอาเซียน จึงเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางสำหรับทั้งธุรกิจและการบินส่วนบุคคล โดยปัจจุบันมีความต้องการเดินทางเพื่อธุรกิจระยะไกลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการการเดินทางที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ อย่างเครือไมเนอร์เองที่ดำเนินธุรกิจในกว่า 60 ประเทศ ซึ่งมีหลายเมืองที่ยังไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์บินตรงจากไทย เครื่องบินส่วนตัวจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจได้เป็นอันมาก
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ MJets จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโดยตรงระหว่างท่าอากาศยานไทยกับ Gulfstream ในฐานะตัวแทนจำหน่ายเครื่องบินในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (International Sales Representative, ISR) เพื่อดูแลกิจกรรมการขายเครื่องบินธุรกิจของ Gulfstream ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว MJets จะรับหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนแบรนด์ Gulfstream ให้แก่กลุ่มลูกค้าปัจจุบันและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วประเทศ
ด้านสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่หลายฝ่ายกังวลนั้น MJets กลับมองว่า นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยและธุรกิจการบินส่วนบุคคล เนื่องจากเครื่องบินส่วนตัวไม่มีเส้นทางการบินที่ตายตัว สามารถบินไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่มีเที่ยวบินตรงได้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบบางสายการบินมีการระงับการบิน เครื่องบินส่วนตัวจึงเป็นสิ่งที่ลูกค้ามองหาเพื่อออกจากพื้นที่ขัดแย้ง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะมีการย้ายฐานการซ่อมบำรุงมายังไทย เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ
ทั้งนี้ ในระยะสั้น MJets มียอดเรียกใช้บริการในรูปแบบภารกิจพิเศษเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากน่านฟ้าบางแห่งในตะวันออกกลางปิดทำการ ทำให้ต้องมีการใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำเพื่ออพยพผู้โดยสารออกนอกพื้นที่
สำหรับประเด็นผลกระทบจากสงครามที่ดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงนั้น วิลเลียมประเมินว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงภาวะชั่วคราวเท่านั้น และเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการบินจะสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววัน สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเครื่องบินส่วนตัวที่เป็นกลุ่มที่ไม่มีความอ่อนไหวต่อราคา (Price Sensitive)
ไม่เพียงเท่านั้น วิลเลียมยังบอกอีกว่า ธุรกิจการบินส่วนบุคคลยังช่วยเสริมศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์ของประเทศไทย ซึ่งมีโรงพยาบาลระดับสากลที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกหลายแห่ง การมีเครื่องบินพยาบาล เฮลิคอปเตอร์ และเครื่องบินส่วนตัวที่ช่วยเสริมเรื่องการเดินทางจะเป็นปัจจัยเสริมให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเป็น Medical Hub ของไทยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
โดยนายใหญ่แห่ง MJets เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ MJets มีแต้มต่อทางธุรกิจด้วยตัวเลือกของเครื่องบินที่หลากหลาย และจะทำให้ธุรกิจการบินของไทยเติบโตต่อไปในอนาคต.