28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

“Acerpure” อาวุธใหม่ของ acer เมื่อยักษ์ใหญ่ไอที บุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

“Acerpure” อาวุธใหม่ของ acer เมื่อยักษ์ใหญ่ไอที บุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

p12-daily-acerpure.jpg

หลังจากอยู่ในตลาดไอทีมานานถึง 5 ทศวรรษ วันนี้ เอเซอร์ (acer) ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าไอที กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ พลิกบทบาทจากผู้นำพีซีสู่แบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ บนแนวคิด “The Next Breaking Barriers” ที่พร้อมเดินหน้าบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างเต็มสูบ โดยมีแบรนด์ “Acerpure” เป็นหัวหอกสำคัญ

ซึ่งแนวคิด “The Next Breaking Barriers” ของเอเซอร์ในวันนี้ก็ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่หรือการก้าวข้ามข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์ แต่หมายถึงการทำให้เทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อมากขึ้น

เจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวไว้ว่า ปี 2569 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของแบรนด์เอเซอร์ในระดับโกลบอล และถือเป็นปีที่ 33 ในประเทศไทย และในปีนี้ เอเซอร์ได้นำแนวคิด “Breaking Barriers” มาเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารแบรนด์ เพื่อเล่าการเดินทางตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา

โดยเอเซอร์ได้วางกลยุทธ์การสื่อสารแบบต่อเนื่องตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมอย่างแคมเปญ Acer Day, การแข่งขัน Predator League Tournament และการ Collaboration กับพันธมิตรต่างๆ โดยต่อยอดจากความสำเร็จของโปรเจกต์ Acer x Butterbear ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี ผ่านการออกแบบคอลเลกชัน Notebook, Gadget และ Accessories สำหรับคอมมูนิตี้ไทย และไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือโปรเจกต์ Predator x ADBIG ที่เอเซอร์ร่วมมือกับ ADBIG ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ประกอบ (Custom PC) เพื่อพัฒนา Custom DIY PC ภายใต้แบรนด์ Predator ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่กลุ่มคอมพิวเตอร์ประกอบครั้งแรกของเอเซอร์

Acerpure หัวหอกบุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า

ภายใต้ทิศทางดังกล่าว เอเซอร์จะเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในฝั่ง Commercial โดยพัฒนาโซลูชันเพื่อองค์กรและการศึกษา ฝั่ง Retail มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภค และที่สำคัญคือในฝั่งของ Home Appliance หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของเอเซอร์ จากผู้นำในตลาดพีซี สู่การเข้าไปเล่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีมูลค่าตลาดมหาศาล ที่เรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของเอเซอร์ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งนี้เอเซอร์จะใช้แบรนด์ “Acerpure” (เอเซอร์เพียว) ในการบุกตลาด ซึ่งถูกหมายมั่นปั้นมือว่า Acerpure จะเป็น New S-curve ให้กับเอเซอร์ในอนาคต

บุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอเซอร์เข้าสู่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้จะเป็นการเดินหน้าเต็มสูบ ถามว่าทำไมเอเซอร์ถึงลงมาเล่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะตลาดนี้มันใหญ่มาก ทุกคนใช้อยู่แล้ว พอเสียก็ซื้อเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่เข้าสู่ตลาดง่ายและสามารถเติบโตได้ในอนาคต บริษัทแม่ที่ไต้หวันเลยตัดสินใจเอา Acerpure เข้ามาเพิ่มในเมืองไทย เพราะฝั่งคอมพิวเตอร์เราค่อนข้างแข็งแกร่งแล้ว”

บุญพัทธขยายความต่อว่า เอเซอร์ได้ส่งแบรนด์ Acerpure เข้ามาตีตลาดตั้งแต่ช่วงปี 2563-2564 โดยเริ่มต้นจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กก่อน อย่างเช่น พัดลมและเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับปี 2569 เอเซอร์จะเดินหน้าขยายพอร์ตฯ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จากเดิมที่มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ประมาณ 30 รายการ เพราะบุญพัทธบอกว่า “ถ้าจะอยู่ในตลาดนี้ต้องมาให้ครบ”

โดยมีสินค้าไฮไลต์อย่าง Acerpure CHILL เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่มาพร้อม ‘PINOKI’ เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ Acerpure ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศภายในบ้าน ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่สะอาด สบาย และดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

“Large Appliances for Smart Living” ขยายสู่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการอยู่อาศัยอัจฉริยะ และทำให้ Acerpure เข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“Energy-Efficient Appliances” กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เน้นประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานด้วยระบบ Dual Inverter พร้อมการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Acerpure LIFE รองรับการใช้งานในยุคสมาร์ทโฮม รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Audio & Visual โดยใช้ทีวีดิจิทัลจอขนาดใหญ่ “Acerpure ASPIRE TV” มาบุกตลาด

ในส่วนของเครื่องปรับอากาศนั้น เอเซอร์มีการทำตลาดใน 4 ประเทศหลัก ที่มีสภาพอากาศที่ร้อนและมีดีมานด์สูง ได้แก่ อินเดีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีประชากรถึง 1,400 ล้านคน, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และประเทศไทย เป็นประเทศที่ 4 โดยแต่ละประเทศจะเลือกรุ่นที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับการแข่งขันด้านราคา

“ปัจจุบันราคาเครื่องปรับอากาศในไทยถูกมาก บางแบรนด์ขายกัน 6,000 บาท แต่ขายแบบไม่มีเซอร์วิสไม่มีติดตั้ง สำหรับ Acerpure จะไม่ลงมาชนราคากับเขาแบบนั้น แต่จะเน้นคุณภาพที่เป็นมาตรฐานระดับโลกในราคาที่เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ และมีบริการที่เป็นมาตรฐานของเอเซอร์ ซึ่งราคาของไทยบอกเลยว่าไม่หนีจากตลาด เราไม่ได้ผลิตพัดลมให้เป็นเพียงพัดลม หรือผลิตแอร์ให้เป็นแค่แอร์ แต่ใส่เทคโนโลยีเข้าไปเพื่อเพิ่มมูลค่า เราจับตลาดอื่นที่ไม่จำเป็นต้องชนแบบ head-to-head”

ในส่วนช่องทางจัดจำหน่ายของ Acerpure นั้น จะอยู่ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์ ห้างสรรพสินค้า และโมเดิร์นเทรด รวมถึงผ่านพาร์ตเนอร์เดิมของแบรนด์เอเซอร์ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของเอเซอร์ 90% ยังคงมาจากสินค้าไอทีซึ่งยังเป็นพอร์ตฯ หลักของกลุ่ม ในขณะที่รายได้จาก Acerpure มีสัดส่วนประมาณ 5% ทั้งนี้เอเซอร์ตั้งเป้าสร้างรายได้ของกลุ่ม Acerpure ในปี 2569 ไว้ที่ 200 ล้านบาท

บุญพัทธยังเผยอีกว่า บริษัทแม่ที่ไต้หวันกำลังนำ Acerpure เข้าไอพีโอในตลาดหลักทรัพย์ที่ไต้หวัน เพราะมีการเติบโตสูง และคาดว่าเร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวแบรนด์ในระดับภูมิภาค ซึ่งถือเป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนแล้วว่าเอเซอร์อยู่ในตลาดของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

แต่นอกจาก Acerpure แล้ว บริษัทแม่ของเอเซอร์ที่ไต้หวันยังมีธุรกิจในเครืออีกมากมายหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน หรือการแพทย์ เพียงแค่รอจังหวะตลาดถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถนำธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาในเมืองไทยได้เพิ่มเติม และสำหรับ Acerpure ถ้าเติบโตได้ถึงจุดหนึ่งก็สามารถแยกออกมาเป็น Acerpure ไทยแลนด์ ได้เช่นกัน.