28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

โค้ก หาดทิพย์ บริหารมีวินัย รับมือความผันผวน

โค้ก หาดทิพย์ บริหารมีวินัย รับมือความผันผวน

p22-23-weekly-htc-01.jpg

โคคา โคลา หรือ โค้ก เครื่องดื่มน้ำอัดลมที่วางจำหน่ายในประเทศไทย มีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 2 บริษัท หลายคนอาจคุ้นชื่อ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ดูแล 63 จังหวัด แต่อีกบริษัทที่รับผิดชอบใน 14 จังหวัด ภาคใต้คือ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน)

ปี 2512 พลตำรวจเอก หลวงชาติตระการโกศล ได้รับสิทธิการผลิตและจำหน่าย โคคา โคลา ในนาม บริษัท นครทิพย์ จำกัด โดยจำหน่ายใน 3 จังหวัด คือ สงขลา สตูล และยะลา แต่ภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยนัก กระทั่งปี 2517 บริษัท ไทยธนา จำกัด ของ ร้อยตรี ไพโรจน์ รัตตกุล เข้ามารับช่วงต่อในการบริหาร

บริษัท นครทิพย์ และบริษัท ไทยธนา รวมกันและตั้งบริษัทใหม่ชื่อ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด และได้รับสิทธิการผลิตและจัดจำหน่ายโค้ก ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2531 และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ปี 2537

p22-23-weekly-htc-02.jpg

ปัจจุบันหาดทิพย์ อยู่ภายใต้การบริหารงานของ พลตรี พัชร รัตตกุล หรือ นายพลดอลลาร์ และปี 2568ที่ผ่านมา หาดทิพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายในประเทศรอบด้าน ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อ ภัยธรรมชาติ มหาอุทกภัยที่หาดใหญ่ ขณะที่ในช่วงต้นปี ผู้บริหารและผู้ประกอบการในหลายแวดวงเปิดเผยมุมมองและความคาดหวังเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะดีขึ้น

“ปี 2568 เป็นอีกปีที่ท้าทาย เพราะเราเจออุปสรรคอย่างที่ทุกคนรู้คือสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ และสร้างแรงกดดันด้านกำลังซื้อ หาดทิพย์ให้ความสำคัญกับการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การดำเนินงานจะต้องเป็นไปอย่างมีวินัย เพื่อรักษารายได้ และความสามารถในการแข่งขันในตลาด ซึ่งเราเชื่อเสมอว่ารากฐานของการเติบโตที่เข้มแข็ง คือการทำธุรกิจอย่างใส่ใจต่อผู้บริโภคและคู่ค้า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ ฉะนั้นเราจึงปรับแผนกลยุทธ์ตามแนวทางนี้ รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน และพันธมิตรคู่ค้า เพื่อร่วมทุกข์ ร่วมสุข และพลิกฟื้นธุรกิจสู่เส้นทางการเติบโตไปด้วยกัน” พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) อธิบาย

p22-23-weekly-htc-03.jpg

ข้อมูลของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) ระบุว่า ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในพื้นที่ภาคใต้ปี 2568 เติบโตเพียง 1% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยที่มีส่วนผลักดันให้ตลาดอาจมีแนวโน้มเติบโตสูงในปีนี้มาจากสภาพอากาศร้อนจัด ผู้บริโภคจะมีความต้องการดื่มเครื่องดื่มอัดลมสูงขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นด้วย

ปีที่ผ่านมา หาดทิพย์มีการปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และจัดโปรโมชันที่เน้นความคุ้มค่าในสายตาผู้บริโภค เช่น การเพิ่มปริมาณ และการแถมสินค้าที่เป็นที่นิยม ได้แก่ แก้วโค้ก และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างรอบคอย ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 8,258 ล้านบาท หรือเติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหาดทิพย์ยังมีกำไรสุทธิ 568 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อย “ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนด้านกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรายการพิเศษบางประการ ซึ่งสะท้อนแนวทางของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว

p22-23-weekly-htc-04.jpg

แต่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝัน นั่นคือ ผลที่เกิดจากสงครามอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางธุรกิจอย่าง น้ำมัน เม็ดพลาสติก “แต่ปีนี้ก็มีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนอกประเทศที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและประชาชนโดยรวม สิ่งที่เราทำได้ก็คือปรับตัวภายในองค์กรของเราเอง เพื่อที่จะรักษาระดับของมาร์จิน เพราะว่าต้นทุนเฉพาะจะเริ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้”

โดยหาดทิพย์ เตรียมนำผลิตภัณฑ์ขวดแก้วมาจำหน่าย แม้ว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกจะยังไม่สร้างผลกระทบต่อหาดทิพย์ในทันที แต่หาดทิพย์กำลังเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม รวมถึงการเตรียมนำรถพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในการขนส่ง

“สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจ แน่นอนว่าเราต้องมองหาออปชันอื่น ในการขนส่งสินค้าไปสู่ชั้นวางจำหน่ายในตลาดให้ได้ รวมถึงการพิจารณาบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้เม็ดพลาสติก คือ ขวดแก้ว นอกจากนี้ สาเหตุที่จะนำขวดแก้วกลับมาใช้ ส่วนหนึ่งเพราะมุมมองด้านความยั่งยืน เพราะตลาดหลักของเราคือจังหวัดท่องเที่ยว มีเกาะแก่งจำนวนมาก เราไม่ต้องการเห็นขวดพลาสติกเป็นขยะ แต่แน่นอนว่า หากจะเปลี่ยนมาใช้ขวดแก้วในสัดส่วนที่มากขึ้น อาจจะต้องใช้เวลา เพราะมีการปรับเปลี่ยนทั้งซัปพลายเชนซึ่งอาจจะต้องเริ่มเตรียมการตั้งแต่วันนี้”

p22-23-weekly-htc-05.jpg

หาดทิพย์ คือเจ้าตลาดของน้ำอัดลมในพื้นที่ภาคใต้ ที่ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัด แน่นอนว่าปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศที่อยู่นอกเหนือการควบคุม นอกจากจะส่งผลต่อราคาพลังงานแล้ว ยังอาจจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การท่องเที่ยว และภาคบริการ แต่นายพลดอลลาร์ให้มุมมองต่อสถานการณ์การแข่งขันของเครื่องดื่มน้ำอัดลมในปีนี้ว่า

“การแข่งขันในตลาดนี้ยังรุนแรงเป็นปกติ แต่ถ้ามองเรื่องตลาดท่องเที่ยว ปริมาณนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกก็ยังเป็นไปด้วยดี แต่การตัดสินใจในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงการเติบโตของร้านสะดวกซื้อที่มีการขยายตัว จะส่งผลในทางบวกต่อหาดทิพย์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้”

ราคาพลังงานและเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้นส่งผลกระทบไปถึงราคาสินค้าอย่างไม่อาจเลี่ยง สินค้าหลายรายการทยอยปรับขึ้นราคา เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนต่อไปได้ไหว แม้จะเป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคก็ตาม แน่นอนว่า คำถามนี้ถูกส่งถึงโค้กแดนใต้เช่นกัน ด้าน พลตรีพัชร ยังยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการปรับราคาเครื่องดื่มน้ำอัดลม แม้ว่าจะยังต้องแบกต้นทุนที่สูงขึ้นกว่าเดิม

p22-23-weekly-htc-06.jpg

“ถ้าถามเรื่องการปรับราคา เวลานี้คงยังไม่มีการปรับ ตราบใดที่เรายังคิดว่า เราบริหารจัดการได้ เราไม่ต้องการที่จะปรับภาระให้ผู้บริโภค และแน่นอนที่สุด ถ้าเราขึ้นราคา ต้องยอมรับว่า วอลุ่มจะตก สินค้าแพงมากก็จะไม่มีคนซื้อ ถ้าจะพูดให้หล่อๆ ก็คือ เราไม่อยากผลักภาระให้ผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริง เรายังสามารถที่จะบริหารจัดการและรักษาระดับอัตรากำไรของเราได้ ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาแน่นอนครับ”

ความเชี่ยวชาญในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้หาดทิพย์เข้าใจความต้องการ รวมถึงวัฒนธรรมการบริโภคของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่เสริมให้แบรนด์สามารถแข่งขันกับคู่แข่งและสร้างความได้เปรียบให้เกิดขึ้นได้ พลตรีพัชร ทิ้งท้ายว่า

“แม้ความท้าทายในปี 2569 จะมีความซับซ้อนมากขึ้น จากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทมีประสบการณ์ในการบริหารความผันผวนและสามารถปรับตัวได้ดีตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผ่านการบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการใช้ประโยชน์จากการลงทุนให้คุ้มค่า รวมถึงการนำนวัตกรรมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และเมื่อพิจารณาจากการที่แบรนด์ของเรามีความนิยมเหนือสินค้าคู่แข่งค่อนข้างมากในพื้นที่ภาคใต้  เราเชื่อว่า ถ้าเราไม่ประมาทและสถานการณ์ความตึงเครียดไม่ลุกลามบานปลายจนเกินไป เราสามารถจะจัดการกับความผันผวนและกลับเข้าสู่เส้นทางการเติบโตได้”.