28 มิ.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

GCAP GOLD ปรับภาพลักษณ์แบรนด์อายุ 80 ปี จับมือ Butterbear เพิ่มความสนุก พลิกโฉมการลงทุน

GCAP GOLD ปรับภาพลักษณ์แบรนด์อายุ 80 ปี จับมือ Butterbear เพิ่มความสนุก พลิกโฉมการลงทุน

p12-daily-GCAP-01.jpg

“จีแคป” หรือ GCAP GOLD ถือเป็นผู้นำเข้าและส่งออกทองคำรายใหญ่ของประเทศไทย ที่คร่ำหวอดในธุรกิจทองคำมานานกว่า 80 ปี แต่ภายใต้การนำของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ภาพของธุรกิจทองคำแบบดั้งเดิมของจีแคปกำลังพลิกโฉมสู่แบรนด์ทองคำในยุคดิจิทัลที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี

บริษัท จีแคป จำกัด เริ่มต้นธุรกิจค้าทองคำที่จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2483 ก่อนที่จะเข้ามาเปิดธุรกิจค้าส่งทองรูปพรรณในกรุงเทพฯ ภายใต้ชื่อ “ห้างทองจิ้นไถ่เฮง” (แม่ไฉน) ในย่านวรจักร หลังจากนั้นมีการขยายธุรกิจร้านทองในกรุงเทพฯ เพิ่มอีกหนึ่งสาขา ในชื่อ “ห้างทองโกลด์สยาม” ในย่านศาลาเฉลิมกรุง

กระทั่งในปี 2550 จึงได้จดทะเบียนในนาม บริษัท จีแคป จำกัด ดังเช่นในปัจจุบัน เพื่อผลิตและจำหน่ายทองคำยี่ห้อ GCAP GOLD โดยมีโรงงานหลอมทองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อย่าง บริษัท โกลด์ฟิลด์รีไฟเนอรี จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอัญธานี (บางนา) ซึ่งเป็นโรงงานสกัดทองคำแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001

ปัจจุบัน “จีแคป” อยู่ภายใต้การบริหารงานของทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง “ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ” ที่เข้ามานั่งในตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีแคป จำกัด และที่น่าสนใจคือ จีแคปในยุคของ “ธนพิศาล” ถือเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากธุรกิจค้าทองคำแบบดั้งเดิมที่เน้นค้าส่ง (Wholesale) ทองคำแท่งให้กับร้านค้าทอง สู่การเป็นแบรนด์ทองคำในยุคดิจิทัลที่เน้นการเข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มีการขยายฐานลูกค้ารายย่อย (Retail) เพิ่มเติม ผ่านการให้คำแนะนำการลงทุนทองคำสำหรับผู้เริ่มต้นที่เริ่มจากจำนวนเล็กน้อยเพื่อสร้างวินัยการออม

จีแคปรุกเข้าสู่ดิจิทัลด้วยการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “GOLD INVEST by GCAP GOLD” ซึ่งเป็นแอปฯ ที่พัฒนาขึ้นโดยนำเทคโนโลยีด้านการเทรดมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงทองคำได้ทันทีครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.50% เริ่มต้นที่ 5 บาททอง และทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 99.99% เริ่มต้นที่ 1 กิโลกรัม พร้อมฟังก์ชันการตั้งคำสั่งซื้อขายล่วงหน้า อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลการลงทุนทองคำ ทั้งบทวิเคราะห์เชิงลึก ข่าวสารเศรษฐกิจ และกราฟแสดงราคาทองคำแบบ Real time

และตามมาด้วยการรุกตลาด “ออมทอง” เปิดตัวแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย สามารถเริ่มต้นออมได้ด้วยเงินเพียง 100 บาท พร้อมรองรับระบบตัดบัญชีอัตโนมัติ (ATS) เพื่อสร้างวินัยการออมแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) ช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทองคำ

p12-daily-GCAP-02.jpg

นั่นทำให้ปัจจุบันบริการของจีแคปครอบคลุมทั้งการซื้อขายทองคำแท่งที่มีความบริสุทธิ์ 96.50%, 99.99%, การ์ดของขวัญทองคำแท่งเล็ก Gold Gift Card และโปรแกรมออมทอง และมีช่องทางการซื้อขายหลากหลายช่องทาง ทั้งที่สำนักงาน, ผ่านระบบโทรศัพท์ และผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงมีศูนย์รับส่งทองคำในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อ-ขาย ทองคำให้กับลูกค้า

ไม่เพียงเท่านั้น ล่าสุดจีแคปยังเดินหน้าเขย่าวงการทองคำ ด้วยการเปิดตัว “GCAP GOLD x Butterbear” โปรเจกต์ Collaboration สุดคิวท์ ระหว่าง GCAP GOLD กับ “น้องเนย” แห่งบ้าน Butterbear ไอดอลสาวน้อยที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค สร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือลิขสิทธิ์แท้ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยคอนเซ็ปต์ “เปลี่ยนสินทรัพย์ทองคำ ให้เป็นความสุขที่สะสมได้” ซึ่งเป็นการนำมูลค่าของทองคำแท้มาผสานกับความน่ารักระดับปรากฏการณ์ของน้องเนย พร้อมออกคอลเลกชันทองคำชุดพิเศษที่ออกแบบมามัดใจมัมหมี นักลงทุน และนักสะสมในทุกเจเนอเรชัน เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น

ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ เผยถึงการคอลแลบส์ครั้งนี้ว่า “บางคนบอกว่า ทองคำเป็นเรื่องของคนยุคเก่า คนยุคใหม่ไม่ค่อยซื้อทองคำเก็บ แต่สมัยนี้ทองคำเหมือนไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการลงทุนมากขึ้นกว่าเดิม จีแคปอยู่ในโลกของทองคำ การลงทุนและการออม มานาน ทำยังไงให้แบรนด์ทองคำแบบดั้งเดิมมีชีวิตชีวาและสามารถเข้าถึงคนหมู่มากได้มากขึ้น จนมาเจอน้องเนยซึ่งเขาเป็นคาแรกเตอร์ที่มีชีวิตชีวา สดใส แค่ได้เห็นน้องเนยก็ยิ้มออก เลยได้ไอเดียว่า ถ้าเราคอลแลบส์กับน้องเนยและสามารถส่งต่อพลังบวกได้ก็จะทำให้แบรนด์จีแคปดูเด็กลง สนุกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

การคอลแลบส์ครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการรีแบรนด์จีแคป โดยธนพิศาลให้ข้อมูลต่อว่า ด้วยราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนเข้าถึงได้ยากขึ้น ดังนั้น หนึ่งในกลยุทธ์ที่จีแคปนำมาใช้ในการคอลแลบส์ครั้งนี้คือการทำให้ขนาดทองคำในคอลเลกชันเล็กลง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่กิฟต์การ์ดทองคำแท่งขนาดตั้งแต่ 0.1 กรัม ที่เข้าถึงได้ในราคาหลักร้อย

สำหรับคอลเลกชันพิเศษ “GCAP GOLD x Butterbear” นั้น จีแคปเปิดตัวด้วยการ์ดทองคำแท่ง GCAP GOLD x Butterbear ลวดลายน้องเนย ที่มีหลากหลายขนาด, เหรียญทองคำแท่ง GCAP GOLD x Butterbear ที่มีน้ำหนักสูงสุดที่ 1 บาท, Sweet Moments Collection Box Set เซตพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อเป็นไอเทมฮีลใจมัมหมี รวมถึง Jewelry Collection คอลเลกชันเครื่องประดับทองคำ โดยในอนาคตมีแผนออกสินค้าเป็นตุ๊กตาน้องเนยทองคำเพิ่มเติม ตามเทรนด์อาร์ตทอยที่ยังคงมาแรง

ซึ่งผลตอบรับของการคอลแลบส์ครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าดีเกินคาด เพราะในระยะเวลาเพียง 2 เดือนที่เปิดตัว  สามารถสร้างยอดขายไปแล้วกว่า 20,000 ชิ้น ทั้งจากเหล่ามัมหมีและนักลงทุนทั่วไป และทำให้จีแคปเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จีแคปตั้งเป้ายอดขายจากการคอลแลบส์ของปีนี้ไว้ที่ 100,000 ชิ้น พร้อมวางกลยุทธ์กระจายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กับร้านทองพันธมิตรทั่วประเทศ และยังเตรียมเปิด Pop-up Store ที่สำนักงานใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ามาสัมผัสสินค้าได้โดยตรง อีกทั้งยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อยเป็น 35-40% ภายใน 3-5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20%

ในขณะที่ ชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GCAP GOLD ได้เปิดมุมมองการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติที่เคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้ และถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางตัวเลขเงินเฟ้อโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง และความไม่แน่นอนเชิงนโยบายเศรษฐกิจ ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็น “Safe Haven” หรือสินทรัพย์หลบภัยที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือที่สุด

และเพื่อรับมือกับความเสี่ยงและสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน นักลงทุนควรแบ่งพอร์ตการลงทุนมาไว้ในทองคำประมาณ 5-10% ของพอร์ต และอาจเพิ่มเป็น 20-30% สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงหรืออยู่ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวนมาก

ด้านทิศทางราคา จีแคปมองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะยาว โดยมีการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกที่เข้าซื้อทองคำเฉลี่ยปีละประมาณ 1,000 ตัน เพื่อเพิ่มสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่บ้าง.