อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ไทยนับหนึ่งสู่ยุคใหม่ หลังกระทรวงสาธารณสุขคลอดเกณฑ์คุมเข้ม ‘ธนาคารเซลล์’ ล้างพอร์ตตลาดสีเทา บมจ.เมดีซ กรุ๊ป (MEDEZE) ขยับตัวเร็วสุด คว้าใบรับรองรายแรกของประเทศ หนุนยุทธศาสตร์ Health for Wealth ดึงเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการรักษาตามอาการแบบดั้งเดิม (Conventional Medicine) ไปสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) และการแพทย์ฟื้นฟูสภาวะเสื่อม (Regenerative Medicine) ส่งผลให้ “เซลล์” (Cell) กลายมาเป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมูลค่าทางการรักษาพยาบาลมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเสื่อมถอย โรคระบบภูมิคุ้มกัน บกพร่อง หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมชะลอวัย (Anti-Aging)
ท่ามกลางความต้องการที่พุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดนี้ โจทย์ที่ท้าทายอุตสาหกรรมและผู้บริโภคมาโดยตลอดคือ “เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเซลล์ที่ถูกจัดเก็บไว้นานหลายสิบปีจะยังคงมีชีวิต ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อนำออกมาใช้งานจริง?”
ปิดฉากตลาดสีเทา ยกระดับเกณฑ์สากลคุมเข้มระดับประเทศ
ความท้าทายดังกล่าวเริ่มมีทิศทางและคำตอบที่ชัดเจนขึ้นในเชิงโครงสร้าง หลังกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ประกาศ ‘ระเบียบว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ พ.ศ. 2568’ ลงในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การออกข้อบังคับทางเอกสารทั่วไป แต่เป็นการประกาศโครงสร้างทางกฎหมายสาธารณสุขเพื่อรองรับเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products: ATMPs) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
การรับรองมาตรฐานนี้ เปรียบเสมือนตะแกรงร่อนผู้เล่นในตลาดครั้งใหญ่ เพราะนับจากนี้เป็นต้นไป ธุรกิจจัดเก็บเซลล์ในประเทศไทยจะต้องเดินเข้าสู่ระบบมาตรฐานระดับชาติทั้งหมด เป็นการปิดฉากยุค ‘ตลาดสีเทา’ ที่เคยมีการโฆษณาเกินจริง หรือการตัดราคาแข่งกันโดยไม่มีแล็บรองรับ และเริ่มต้นยุคของการแข่งขันด้วยคุณภาพนวัตกรรมชีวภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้ผู้บริโภคว่า เซลล์ที่ฝากไว้จะปลอดภัย ไม่ตาย และนำมาใช้รักษาชีวิตได้จริงในวันที่ร่างกายต้องการ
นายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การยกระดับมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Bank) ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพ (Health Economy) ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในยุคที่ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) ประเทศที่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพอย่างมีมาตรฐาน ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขัน และสามารถเปลี่ยน ‘สุขภาพ’ ให้เป็น ‘โอกาสทางเศรษฐกิจ’ ได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด Health for Wealth
คำกล่าวนี้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังวางเดิมพันครั้งสำคัญ โดยกำหนดให้อุตสาหกรรมการแพทย์แห่งอนาคตเป็น 1 ใน 7 นโยบายหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข การมีกฎหมายและมาตรฐานระดับชาติรับรองที่โปร่งใส จะทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและผู้รับบริการจากทั่วโลกให้หลั่งไหลเข้ามาในประเทศ

‘ฝากแล้วต้องไม่ตาย’ จากห้องแล็บถึงคนไข้
ในมุมมองทางวิชาการ นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ นายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่า ความท้าทายที่แท้จริงของธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่ที่การทำการตลาดเพื่อหาลูกค้ามาเซ็นสัญญาฝากเก็บ แต่อยู่ที่ ‘ความอยู่รอดของเซลล์’ (Cell Viability) ตั้งแต่วันแรกที่เข้าสู่กระบวนการแช่แข็งจนถึงวันที่ฉีดกลับเข้าสู่ร่างกายคนไข้
“ถ้าเราไม่มีมาตรฐานสากลและเกณฑ์จากราชกิจจานุเบกษานี้เข้ามาควบคุม เราจะรับประกันได้อย่างไรว่า เซลล์ที่แช่เก็บไว้จะไม่ตายระหว่างเก็บ? ทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดแยก การผลิต การกระจาย การเก็บรักษา และการนำไปใช้ วันสุดท้ายที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายคนไข้ ต้องแม่นยำว่าฝากไว้ 20 ล้านเซลล์ ตอนนำออกมาก็ต้องเป็น 20 ล้านเซลล์ที่มีชีวิตและมีประสิทธิภาพจริง”
ดังนั้น มาตรฐานธนาคารเซลล์ฉบับนี้จึงเข้ามาอุดรอยรั่วและควบคุมคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ระดับโรงงานผลิตและจัดเก็บขนาดใหญ่ (Biobank) ไปจนถึงระดับคลินิกและโรงพยาบาลปลายทางที่จะนำเซลล์ไปใช้รักษาผู้ป่วย
MEDEZE ชิงเค้กรายแรก สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
บนกระดานธุรกิจไบโอเทค ใครขยับตัวก่อนและทำได้จริงคือผู้ที่ยึดหัวหาดชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน ทันทีที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ธุรกิจไบโอเทคดาวรุ่งที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มาตั้งแต่ปลายปี 2567 ภายใต้การนำของ นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ก็สร้างแลนด์มาร์กด้วยการคว้าใบรับรองมาตรฐาน ‘ธนาคารเซลล์’ (Cell Bank) เป็นรายแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
หากย้อนดูเส้นทางความแข็งแกร่ง พบว่า MEDEZE ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ในชื่อเดิมคือ บริษัท กรุงเทพสเต็มเซลล์ จำกัด โดยเป็นการรวมตัวของกลุ่มแพทย์และนักวิทยาศาสตร์แถวหน้าของเมืองไทย นำโดย นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์, รองศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย และนายแพทย์จำรัส สกุลไพศาล จากจุดเริ่มต้นคลังเก็บเซลล์ต้นกำเนิด ปัจจุบัน MEDEZE ได้ขยายเครือข่ายครอบคลุมสถาบันการแพทย์และโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 200 แห่งทั้งในและต่างประเทศ จนก้าวสู่การเป็นธนาคารสเต็มเซลล์เฉพาะบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
นายแพทย์วีรพล เปิดเผยว่า “สำหรับเรา มาตรฐานธนาคารเซลล์จะไม่ใช่เพียงแค่ข้อกำหนดทางวิชาการเพื่อผ่านเกณฑ์เท่านั้น แต่คือกลไกหลักในการรักษาชีวิต รักษาคุณภาพ และความน่าเชื่อถือที่ลูกค้ามอบให้ เพราะ MEDEZE เชื่อว่า ‘ทุกเซลล์ที่จัดเก็บคือโอกาสแห่งอนาคต’ และโอกาสนั้นควรได้รับการดูแลภายใต้มาตรฐานสูงสุดในทุกขั้นตอน การเก็บรักษาเซลล์ในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการเก็บตัวอย่างทางชีวภาพ แต่คือการส่งต่อความมั่นใจ ความหวัง และทางเลือกด้านการรักษาโรคในอนาคตให้กับคนที่คุณรัก”
การขยับตัวผ่านเกณฑ์ใหม่นี้ MEDEZE ได้เลือกใช้เทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และมาตรฐานระดับสูงจาก AABB สหรัฐอเมริกา พร้อมระบบจัดเก็บและคัดแยกอัตโนมัติอย่าง AXP AutoXpress® Platform และ Cryopreservation เพื่อรับประกันความสมบูรณ์ของเซลล์ทุกประเภท (เช่น เลือดสายสะดือ, เนื้อเยื่อ, ไขมัน, รากผม และ NK Cells) ให้พร้อมใช้งานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
การตื่นตัวของผู้ประกอบการและการบังคับใช้มาตรฐานธนาคารเซลล์ของประเทศไทยในครั้งนี้ จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ไม่เพียงยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่ยังเป็นสปริงบอร์ดที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์แม่นยำ และศูนย์กลางการแพทย์ฟื้นฟูในภูมิภาคเอเชีย และที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ หลังจากนี้ผู้เล่นรายอื่นในตลาดจะขยับตัวอย่างไร?.