22 ก.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

เมื่อ "ความน่าเชื่อถือ" คืออาวุธ ซีคอนก้าวข้ามกรอบปริมณฑล ปักธงบางแสน

เมื่อ "ความน่าเชื่อถือ" คืออาวุธ ซีคอนก้าวข้ามกรอบปริมณฑล ปักธงบางแสน

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ 2_1.jpg

ในจังหวะที่ภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านและอสังหาริมทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งความผันผวนของราคาวัตถุดิบ แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มใช้ความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย

 การขยายตัวของยักษ์ใหญ่ในธุรกิจรับสร้างบ้านรายแรกของประเทศไทยที่วันนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 อย่าง "บริษัท ซีคอน จำกัด" (SEACON) ที่เดินหน้าปักหมุดเปิด "ศูนย์ซีคอน บางแสน ชลบุรี" จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ หากแต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์ในการแสวงหาพื้นที่เติบโตใหม่ (New Growth Engine) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่มีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง

 โดย "ศูนย์ซีคอน บางแสน ชลบุรี" ถือเป็นศูนย์บริการต่างจังหวัดอย่างเป็นทางการแห่งแรก หลังจากที่ซีคอนยึดที่มั่นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลผ่าน 4 ศูนย์หลัก ได้แก่ ศรีนครินทร์, บางแค, งามวงศ์วาน และรามอินทรา

1062928_0_1.jpg

 จาก กทม. สู่ EEC ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์บนพื้นที่ศักยภาพสูง

ย้อนกลับไปในอดีต ซีคอนเคยทดลองขยายบริการเข้าสู่พื้นที่ชลบุรีมาแล้ว ทว่าในเวลานั้น หลายๆ อย่างยังไม่ลงตัว ทำให้บริษัทตัดสินใจถอยกลับไปตั้งหลักและถอดบทเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมใหม่อย่างรัดกุม การกลับมาในครั้งนี้จึงเป็นการก้าวเดินบนฐานข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์พื้นที่อย่างถี่ถ้วน

มนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด ฉายภาพให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ว่า พื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และรายได้ต่อหัว (GDP per capita) ในระดับสูง ตลอดจนแรงส่งจากโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา และการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการ Data Center มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท สิ่งเหล่านี้ล้วนดึงดูดบุคลากรทักษะสูง และสร้างฐานครอบครัวใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

"ที่เราเลือกมาที่ชลบุรี เพราะมองเห็นศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จริงๆ ซีคอนดูแลลูกค้าในภาคตะวันออกอยู่แล้วเฉลี่ยปีละประมาณ 20 หลัง คิดเป็นมูลค่าโครงการราว 100 ล้านบาท แต่นั่นเป็นการดูแลจากระยะไกล การตั้งศูนย์บางแสนอย่างเป็นทางการ จะช่วยให้เราเข้าถึงและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในท้องถิ่นได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น"

เหตุผลที่ซีคอนเลือกปักหลัก บริเวณ "บางแสน" ตรงข้ามอาคารกาแล็กซี่เดิม แทนที่จะเลือกยึดพื้นที่ริมถนนสายหลักขนาดใหญ่ เป็นเพราะต้องการแทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนดั้งเดิม สร้างความคุ้นเคย และเข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า

นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ 1_1.jpg

 "ความน่าเชื่อถือ" และ "ระบบโครงสร้าง" สองเสาหลักพิชิตตลาด

ในสภาวะที่ผู้รับเหมากรายย่อยจำนวนมากทยอยปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเปิดบริษัทรับสร้างบ้าน การแข่งขันในท้องถิ่นจึงทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของผู้บริโภคในการสร้างบ้านบนที่ดินตนเองนั้น ปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการกลับไม่ใช่เพียงเรื่องราคา หากแต่เป็น "ความมั่นใจว่าบ้านจะสร้างเสร็จสมบูรณ์และไม่ถูกทิ้งงาน"

ซีคอนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 65 ปี และเป็นธุรกิจในเครือตระกูล “ซอโสตถิกุล” (ผู้ก่อตั้งแบรนด์นันยาง และไทยชูรส ตราชฎา) จึงใช้จุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือนี้เป็นสะพานเชื่อมความไว้วางใจกับลูกค้า นอกจากนี้ นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเชิงช่างที่เป็นเอกลักษณ์ของซีคอน นั่นคือ "ระบบโครงสร้างเสาคานสำเร็จรูป" ที่หล่อและควบคุมคุณภาพจากโรงงานปิด 2 แห่ง ยังกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ทรงพลังให้กับซีคอนเพิ่มขึ้นไปอีก

"จุดแข็งที่เรามั่นใจมากคือ เรื่องโครงสร้าง เรามีโรงงานผลิตเสาคานสำเร็จรูปของเราเอง การผลิตในระบบปิดช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้อย่างเที่ยงตรง แตกต่างจากการหล่อคอนกรีตกลางแจ้งหน้างานที่ควบคุมมาตรฐานได้ยาก ระบบเสาคานของเราพิสูจน์ความแข็งแรงมาแล้วกว่า 60 ปี ตั้งแต่ยุคสร้างสยามสแควร์ เราจึงกล้ารับประกันโครงสร้างนานถึง 20 ปี"

สำหรับตลาดในพื้นที่ชลบุรีและภาคตะวันออก ราคาเฉลี่ยในการรับสร้างบ้านของซีคอนตกอยู่ที่ประมาณ 4 - 5 ล้านบาทต่อหลัง ขณะที่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีระดับราคาครอบคลุมตั้งแต่ 2 ล้านบาทไปจนถึง 50 ล้านบาท (โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาทขึ้นไป) การตั้งศูนย์บางแสนจึงถูกวางเป้าหมายให้ทำยอดรับรู้รายได้ปีแรกที่ 100 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนบ้านประมาณ 40 หลัง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ยอดรวมของบริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย

1062930_0_1.jpg

 การบริหารจัดการต้นทุน สุขุม นิ่ง และไม่ตื่นตระหนก

ในช่วงครึ่งแรกของปี ภาพรวมอุตสาหกรรมต้องเผชิญแรงกระทบจากต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบผันผวน ส่งผลให้ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของซีคอนย่อตัวลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี ผู้บริหารซีคอนเลือกที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยความสงบและการวางแผนล่วงหน้า มากกว่าการปรับขึ้นราคาทันทีซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

ด้วยฐานทุนที่มั่นคง ซีคอนเลือกใช้กลยุทธ์การบริหารสต็อกวัตถุดิบสำคัญอย่าง "เหล็ก" ล่วงหน้าราว 5 - 6 เดือน เพื่อตรึงราคาและซับต้นทุนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะเดียวกัน หากเป็นวัสดุที่ไม่สามารถสต็อกได้นาน บริษัทก็จะใช้ระบบการบริหารจัดการภายใต้เครือข่ายโรงงานของตนเองมาช่วยเฉลี่ยต้นทุน

ด้านทิศทางการทำตลาดในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า ลูกค้าในโซน EEC มีความสนใจในเรื่องพลังงานสะอาดและบ้านประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ ทำให้ซีคอนจัดแคมเปญสอดรับกับความต้องการดังกล่าว ทั้งการมอบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ฟรีบริการเข็มเจาะมาตรฐาน และสถาปนิกช่วยปรับแบบบ้านเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้สั่งสร้างบ้าน

1062932_0_1.jpg

ช่องทางรายได้ใหม่ จาก B2C สู่ B2B และ SEACON ID

เพื่อรักษาอัตราการเติบโตและขับเคลื่อนเป้าหมายรายได้รวมระดับ 1,000 ล้านบาท ให้สำเร็จ ซีคอนได้ปรับตัวเชิงกลยุทธ์ด้วยการเปิดพื้นที่รายได้ใหม่ (New Revenue Streams) 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1. การจำหน่ายโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูป B2B ซีคอนได้เปิดกว้างนำกำลังการผลิตของโรงงานเสาคานสำเร็จรูปมาให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าภายนอก ทั้งสถาปนิก ผู้รับเหมาก่อสร้าง และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายกลางและรายย่อย โดยชูจุดขายด้านมาตรฐานวิศวกรรมในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นเพียง 3,500 บาทต่อตารางเมตร พร้อมฟรีค่าขนส่งระยะทาง 100 กิโลเมตรแรก ซึ่งกลายมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างรายได้เสริมที่มั่นคง

2. ซีคอนไอดี (SEACON ID - Individual House) ปรับรูปแบบบริการรองรับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีแบบบ้านเฉพาะตัวมาจากดีไซเนอร์ภายนอก หรือนำแบบที่ต้องการมาเอง ซึ่งเดิมทีกลุ่มนี้มักถูกมองข้ามจากบริษัทรับสร้างบ้านขนาดใหญ่ ซีคอนจึงจัดตั้งหน่วยบริการพิเศษเพื่อรับสร้างบ้านตามแบบอินดิวิจวลโดยเฉพาะ ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม

1062937_0_1.jpg

 ปัจจัย 4 ที่ไม่มีวันหายไป

แม้ในระยะสั้น ภาพรวมเศรษฐกิจอาจมีความชะลอตัว แต่ในทรรศนะของนักบริหารที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายทศวรรษ คุณมนู มองว่า "ที่อยู่อาศัย" ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่มนุษย์จำเป็นต้องมี แม้ตลาดรวมรับสร้างบ้านอาจมีขนาดหดตัวลงบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ความต้องการจริง (Real Demand) ยังคงมีอยู่เสมอ

ในภาวะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงิน เม็ดเงินลงทุนสร้างบ้านซึ่งมักเป็น "เงินเก็บทั้งชีวิต" จะยิ่งไหลไปสู่ผู้ประกอบการที่มีประวัติยาวนาน มีโรงงานมาตรฐาน และมีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการทิ้งงาน การปักหลัก ณ บางแสน ชลบุรี ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการขยายหมุดหมายทางธุรกิจของซีคอน หากแต่เป็นการตอกย้ำว่า ในยุคสมัยแห่งความผันผวน "คุณภาพที่พิสูจน์ได้ และความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า" คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการนำพาธุรกิจก้าวข้ามความท้าทาย