16 ก.ย. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

JTEKT ยกทัพใหญ่ในรอบ 60 ปี! จากผู้ผลิตชิ้นส่วน สู่ Solution Provider รับคลื่นยานยนต์ไฟฟ้า

JTEKT ยกทัพใหญ่ในรอบ 60 ปี! จากผู้ผลิตชิ้นส่วน สู่ Solution Provider รับคลื่นยานยนต์ไฟฟ้า

S__77807761_0_0.jpg

การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ (ADAS) และ Software-Defined Vehicle (SDV) ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบซัพพลายเชนและผู้ผลิตชิ้นส่วนทั่วโลก

ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัท เจเทคโตะ ไทยแลนด์ จำกัด (JTEKT) ผู้นำด้านชิ้นส่วนยานยนต์ ตลับลูกปืน และเครื่องจักรกลระดับโลก ได้ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ผลิตชิ้นส่วน (Component Manufacturer) สู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านการเคลื่อนที่และการผลิตชั้นนำ (Solution Provider) อย่างเต็มตัว

S__77807748_0_0.jpg

ผนึกกำลัง 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ปรับทัพสู่การเป็น Solution Provider

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Electrification, Automation, Digital Transformation และ Sustainability คุณโทชิอากิ ชินยะ (Mr. Toshiaki Shinya) เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเทคโตะ คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่า เจเทคโตะมองการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นโอกาสในการสร้างเครื่องยนต์แห่งการเติบโตชุดใหม่ (New Growth Engine) โดยกุญแจสำคัญคือการผสานความเชี่ยวชาญ (Fusion) จาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ระบบบังคับเลี้ยว (Steering), ชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง (Driveline), ตลับลูกปืน (Bearings) และเครื่องจักรกล (Machine Tools)

"บริษัทมุ่งเน้นการนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยีระบบควบคุม (Control Technology) มาประยุกต์ร่วมกับเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ปัญหาหน้างานจริงภายในโรงงานของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพการผลิต หรือการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่แค่การขาย ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด เท่านั้น แต่คือการเป็นพันธมิตรที่ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า" คุณชินยะเน้นย้ำ

สำหรับการตอบรับการเติบโตของยานยนต์อนาคต เจเทคโตะได้ซุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบบังคับเลี้ยวรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ "Pairdriver" ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อและลดรอยต่อระหว่างการขับขี่ด้วยมนุษย์กับการขับขี่แบบอัตโนมัติให้สามารถสลับโหมดได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนา Smart Bearing และตลับลูกปืนประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดน้ำหนัก ประหยัดพลังงาน และรองรับความเร็วรอบสูงของมอเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า

S__77807762_0_0.jpg

ปักหมุด Global South และอาเซียน ชูขีดความแข่งขันด้านต้นทุนด้วยจิตวิญญาณ TPS

ในระดับภูมิภาค คุณโยชิกาซึ โมริโนะ (Mr. Yoshikazu Morino) ประธาน บริษัท เจเทคโตะ เอเชียแปซิฟิก จำกัด ให้มุมมองว่า กลุ่มประเทศ Global South เช่น อินเดีย อาเซียน และอเมริกาใต้ เป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างยิ่งจากปัจจัยการเพิ่มขึ้นของประชากร การขยายตัวของชนชั้นกลาง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

การขยายตัวของ EV ในภูมิภาคนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน แต่เป็นการยกระดับพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เจเทคโตะจึงปรับแนวทางธุรกิจให้เป็น Solution-Oriented โดยอาศัยเครือข่ายฐานการผลิตที่มีอยู่เดิมมาพัฒนางานที่เน้นการประหยัดพลังงาน (Energy Saving) การลดน้ำหนัก (Lightweight) และการเพิ่มความแม่นยำสูง (High Precision) เพื่อตอบสนองตลาดได้อย่างยืดหยุ่น

ด้านการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่เข้มข้น คุณมาซาซึงุ อิวากิ (Mr. Masatsugu Iwaki) ประธาน บริษัท เจเทคโตะ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการขจัดความสูญเสียอย่างจริงจัง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล และระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System: TPS) มาขับเคลื่อน

"เรายึดมั่นในหลักการลงพื้นที่จริงดูของจริง หรือ Genchi Genbutsu และขับเคลื่อนองค์กรด้วยจิตวิญญาณ By All, For All ซึ่งหมายถึงการขยายวงการปรับปรุงงานไปยังทุกส่วน ตั้งแต่สายการผลิต ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงบริษัทในเครือทั้งหมด เป้าหมายของการลดต้นทุนไม่ใช่การตัดลดงบประมาณ แต่เป็นการพัฒนาบุคลากรและสร้างสถานที่ทำงานที่ทุกคนมีความสุขในการทำงาน เพื่อส่งมอบชิ้นส่วนคุณภาพสูงที่ลูกค้าไว้วางใจได้" คุณอิวากิระบุ

S__77807754_0_0.jpg

ประเทศไทย: 'บ้านหลังที่สอง' และเป้าหมาย Carbon Neutrality ปี 2035

ตลอดระยะเวลา 60 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เจเทคโตะได้ยกระดับโรงงานในไทยจากเดิมที่เป็นเพียงฐานการผลิต ให้กลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกสำคัญที่รองรับทั้งตลาดอาเซียนและตลาดโลก

"สำหรับพวกเราแล้ว ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ฐานการผลิตเท่านั้น แต่เปรียบเสมือน 'บ้านหลังที่สอง' ที่เติบโตมาด้วยความไว้วางใจและพาร์ทเนอร์ชิประยะยาว" ผู้บริหารเจเทคโตะกล่าว

ในด้านความยั่งยืน เจเทคโตะได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างชัดเจน โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซ CO₂ จากกระบวนการผลิตลง 60% ภายในปี 2030 (เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2013) และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในกระบวนการผลิตภายในปี 2035

ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อน Smart Manufacturing การใช้พลังงานหมุนเวียน และการแบ่งปันแนวปฏิบัติระหว่างโรงงาน ทำให้ในปีงบประมาณ 2024 JTEKT สามารถลดการปล่อย CO₂ ในการผลิตระดับบริษัทลงได้ถึง 43.6% และในระดับกลุ่มบริษัทลดลง 36.3% ซึ่งเป็นการบรรลุเป้าหมายล่วงหน้าก่อนกำหนดถึง 1 ปี นอกจากนี้ยังได้จัดตั้ง Carbon Neutrality Park (CN Park) เพื่อทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในการลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน จนได้รับรางวัล Thailand Energy Award ต่อเนื่องในปี 2025 และ 2026 รวมถึงรางวัล ASEAN Energy Award ในปี 2026

S__77807736_0_0.jpg

ก้าวสู่อนาคตอีก 60 ปี บน 3 แกนหลัก: Technology, People, Sustainability

การวางรากฐานธุรกิจสำหรับอีก 60 ปีข้างหน้าในประเทศไทย เจเทคโตะได้ปักหมุดทิศทางไว้อย่างมั่นคงบน 3 เสาหลัก ได้แก่

1. Technology: การผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ชิ้นส่วนยานยนต์ยุคใหม่ และโซลูชันระบบควบคุมเข้าด้วยกัน

2. People: การลงทุนในทรัพยากรบุคคล การยกระดับทักษะแรงงาน (Up-skilling/Re-skilling) และการสร้างผู้นำรุ่นใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี

3. Sustainability: การดำเนินธุรกิจที่สมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

การเดินทางก้าวสู่ทศวรรษที่ 7 ของเจเทคโตะในประเทศไทย จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการปรับตัวเพื่ออยู่รอดในยุคเปลี่ยนผ่านของยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับองค์กรครั้งสำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรมการเคลื่อนที่และการผลิต ยืนยันความพร้อมในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยและระดับโลกต่อไป