ท่ามกลางปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางเสถียรภาพ ทั้งหมดนี้สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจเกือบทุกแวดวง
จากการแถลงผลประกอบการของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ ริมทรัพย์ ในช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าแทบไม่แตกต่างกันมาก หลายบริษัทแถลงตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จากปีที่ผ่านมา แม้ว่าผู้ประกอบการหลายรายจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมุ่งเน้นที่ตลาดระดับกลางถึงระดับบนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยที่สุดหรือแทบไม่มีผลกระทบเลย
เวลา เป็น สินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด นั่นจึงทำให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “เวลา” มากเป็นอันดับต้นๆ
และมาสเตอร์ แปลน 101 บริษัทรับสร้างบ้านหรู จึงชูกลยุทธ์เรื่อง “เวลา” ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญที่น่าจะทำให้ธุรกิจก้าวไปสู่เป้าหมายได้ตามที่ตั้งธงไว้
บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เริ่มต้นธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 2000 ตลอดเส้นทาง 26 ปีที่ผ่านมา โจทย์การสร้างบ้านหรูเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและความต้องการของลูกค้า การเติบโตของธุรกิจท่ามกลางเวทีการแข่งขันที่มีบริษัทรับสร้างบ้านจำนวนหลายราย แต่ความเชื่อมั่นจากลูกค้าทำให้มาสเตอร์ แปลน 101 เติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง
“ตลอด 26 ปีที่ผ่านมาของมาสเตอร์ แปลน เราเติบโตมาจากความเชื่อมั่นของลูกค้า จากการสร้างบ้านหรู ให้แก่ลูกค้า แต่โลกเปลี่ยนไป โจทย์ของการสร้างบ้านหรูในปัจจุบันไม่ใช่แค่การสร้างบ้านเสร็จอย่างเดียว แต่มันคือการบริหารจัดการชีวิตของลูกค้า ให้ลูกค้ามีความสะดวกสบาย ทำเรื่องการปลูกบ้านเป็นเรื่องง่าย” อนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด อธิบาย

อนันต์กรเปิดเผยมุมมองเศรษฐกิจในปี 2568 ว่าเป็นปีที่เจอปัจจัยลบทั้งภายใน ภายนอก ส่งผลกระทบกับการรับสร้างบ้านหรู เป็นปีที่ท้าทาย
“เราเจอ perfect storm ทั้งเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ กำแพงภาษี ที่แม้จะมีข้อยุติแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก รวมไปถึงภาวะสงครามส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหดตัวลงไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาที่ตัวเลข GDP ต่ำกว่า 2.5 และหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง กระทบภาคอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมากโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ผู้ประกอบการโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม แน่นอนว่า ตลาดรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน”
ข้อมูลจากมาสเตอร์ แปลน 101 ระบุว่า ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านในปี 2568 มีการหดตัวลง 11% จากเดิมที่เคยมีมูลค่าอยู่ที่ 213,000 ล้านบาท เหลือเพียง 1.9 แสนล้านบาท แม้ว่าจะไม่ได้หดตัวมากเท่ากับกลุ่มธุรกิจบ้านจัดสรรก็ตาม
“เซกเมนต์ตลาดรับสร้างบ้านหรู ในกลุ่มบ้านที่มีมูลค่า 20 ล้านบาทขึ้นไป มีการหดตัวลงประมาณ 35% ตัวเลขนี้ถือว่ารุนแรงมาก แม้ว่าลูกค้ากลุ่มลักชัวรีจะมีเงินเย็น และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังไม่มั่นใจจากสถานการณ์ปัจจุบัน จึงขอเก็บเงินไว้ก่อน รอให้มีทิศทางการค้าฟื้นตัว จึงค่อยตัดสินใจสร้างบ้าน”

อนันต์กรเปิดเผยยอดขายของมาสเตอร์ แปลน 101 ในปี 2567 มียอดขายสูงถึง 900 ล้านบาท แต่ในปี 2568 ลดลง 25% อยู่ที่ 675 ล้านบาท แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาด ในกลุ่มสร้างบ้านแบบลักชัวรี นี่เป็นตัวเลขที่ถือว่า out perform 10% เพราะได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้า
“แม้ว่าในปี 2568 มียอดขายลดลง 25% แต่การสร้างบ้านของเรา ใช้เวลาสร้างบ้านอย่างน้อย 1.5 -3 ปี นั่นทำให้เรามี portfolio 1,200 ล้านบาท เท่ากับว่ามาสเตอร์ แปลน 101 มีรายได้รองรับยาว 2 ปี เท่ากับว่าสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง บ้านทุกหลังสามารถส่งได้ตามกำหนด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับลูกค้าเป็นศูนย์”
เศรษฐกิจปี 2569 ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยคาดหวังและมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า น่าจะดีขึ้นเพราะปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดแล้ว ประกอบกับความหวัง ความมั่นใจที่น่าจะเกิดจากการมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และโดยเฉพาะกับทีมเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยที่ถือว่าเป็นมือดีในแวดวงธุรกิจ การเงิน

อนันต์กรตั้งเป้าว่าปีม้าทอง มาสเตอร์ แปลน 101 น่าจะเติบโตได้ 25% โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 843 ล้านบาท โดยยังมองว่าเศรษฐกิจในปี 2569 อาจจะไม่ดีมาก เพราะค่า GDP ในปีที่ผ่านมาลดต่ำ ก่อนจะอธิบายถึง 4 ปัจจัยสำคัญที่จะหนุนให้ธุรกิจรับสร้างบ้านเติบโตได้คือ
“ปัจจัยทั้ง 4 ด้าน ที่จะหนุนให้ธุรกิจรับสร้างบ้านมีทิศทางที่ดีขึ้นในปีนี้ คือ
1. การมี data base ลูกค้ามากกว่า 300 รายชื่อ และมีมูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาท คาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจสร้างบ้านกับเรา น่าจะมีประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สัดส่วน 50-50 แต่ลูกค้าต่างจังหวัดมักนิยมสร้างบ้านในราคาสูงหลักร้อยล้าน
2. ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ทำรีวิวลูกค้าที่ตัดสินใจสร้างบ้านกับมาสเตอร์ แปลน
3. การมีรัฐบาลใหม่ ความเชื่อมั่นจากนโยบาย สีที่ผสมออกมาเป็นสีธงชาติเลย เราคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ธุรกิจทั้งหมดดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะรองนายกฯ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
4. โอกาสทองของผู้บริโภค ที่สามารถสร้างบ้านในราคาเดิมได้
นอกจากปัจจัยสำคัญทั้ง 4 ข้อที่น่าจะเกื้อหนุนให้มาสเตอร์ แปลน 101 เติบโตได้ตามเป้าหมายแล้ว อนันต์กรยังเพิ่มกลยุทธ์สำคัญที่น่าจะอำนวยให้เกิดโอกาสที่จะเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น นั่นคือ “เวลา”
“หากวิเคราะห์ลูกค้าในกลุ่มตลาดไฮเอนด์ถึงกลุ่มอัลตราลักชัวรี ว่ามีพฤติกรรมการตัดสินใจแบบใด ถ้าพูดถึงผู้บริโภคที่มองหาที่อยู่อาศัย ในกลุ่มราคาไม่สูงมาก จะมองหาความคุ้มค่า ราคาประหยัด แต่หากเป็นลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ อัลตราลักชัวรี ลูกค้ากลุ่มนี้มีการเปรียบเทียบเยอะ แต่สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญอย่างมากคือ เรื่อง “เวลา” และ “การลดความยุ่งยากซับซ้อน” ถ้าเราคืนเวลาให้ลูกค้าและลดความยุ่งยากได้ ลูกค้าเห็นความสำคัญ เห็นพ้องต้องกันกับเราในเรื่องนี้ น่าจะเป็นจุดที่ลูกค้าจะตัดสินใจสร้างบ้านกับเรา นี่เป็นการแก้ pain point สำคัญสำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านหรู”

อนันต์กรยังฉายภาพให้เห็นถึงมิติใหม่ในการสร้างบ้านเหนือระดับ คือ The master home builder ที่กลายเป็นสโลแกนใหม่ของ มาสเตอร์ แปลน 101
“เราจะทำเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย แต่จะทำอย่างไรบ้าง 3 กลยุทธ์สำคัญคือ
1. The Master Solution
การทำงานในการสร้างบ้านหรู ที่ผ่านมาจะเป็นลักษณะของการจ้างงานในหลายส่วน เช่น วิศวกร สถาปนิก มัณฑนากร จัดสวน เราต้องการบูรณาการทั้งหมด หากลูกค้ามาหาเรา เราจะต้องเชื่อมโยงทั้งงานสถาปัตยกรรม อินทีเรียร์ จัดสวน ให้เป็นงานเดียวคือ Complete Design Service และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเวลา ทีมงานพร้อมนำเสนอแบบบ้าน ข้อมูลประกอบการตัดสินใจครบทุกมิติภายใน 14 วัน และประเมินราคาเบื้องต้นได้ภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งตามมาตรฐานทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน
2. The Master Selection มีแบบบ้านใหม่ 3 แบบ ออกแบบบ้านให้สอดคล้องกับภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ
แบบบ้าน The Empire Gold พื้นที่บ้าน 4,000 ตร.ม. ที่มีการสงวนสิทธิ์การสร้างเพียงหลังเดียวในโลก ราคาเริ่มต้น 290 ล้านบาท แต่หากรวมตกแต่งจัดสวน 390 ล้านบาท สร้างเสร็จภายใน 2 ปี
แบบบ้านMilano Brown ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ขนาดประมาณ 1,200 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 55 ล้านบาท
และแบบบ้าน Gold Sand กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 39 ล้านบาท เนื้อที่ประมาณ 700 ตร.ม.
3. The Master Trust การันตีด้วย portfolio 1,200 ล้านบาท รับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 30 ปี สามารถส่งต่อเป็นมรดกได้ ถือว่านี่เป็นการรับประกันยาวนานที่สุดในกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้าน”
นอกจากนี้ ยังใส่นวัตกรรมเพื่อยกระดับให้บ้านมีชีวิต 1. ระบบ Solar System 2. บ้านหายใจได้ สร้างระบบหมุนเวียนอากาศ โดยเติมอากาศบริสุทธิ์และกรองฝุ่น pm 2.5 3. AI Home Solution ที่สามารถควบคุมการสั่งการระบบต่างๆ ผ่านมือถือ และ 4. Sentry Mode ระบบความปลอดภัยที่คอยดูแลผู้อยู่อาศัยตลอด 24 ชม.
การสร้างบ้านหรูของมาสเตอร์ แปลน 101 จะใช้เวลาในการสร้าง 1-2 ปีต่อหลัง นั่นทำให้มาสเตอร์ แปลน มีกระแสเงินสดค่อนข้างต่อเนื่อง การรับรู้รายได้ยาวนานตลอด 2 ปี แต่ความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังกระทบต่อการตัดสินใจของลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ เป็นเรื่องน่าขบคิด ทว่า การมีรัฐบาลใหม่ที่มีมืออาชีพมาคุมเรื่องเศรษฐกิจ ก็สร้างเสถียรภาพความเชื่อมั่นให้ทั้งนักธุรกิจไทย และนักลงทุนต่างชาติไม่น้อย ไม่แน่ว่าอุตสาหกรรมอสังหาฯ นับจากนี้อาจมีทิศทางที่ดีขึ้นก็เป็นได้.