31 ส.ค. 2569

ธุรกิจ · การจัดการ · คนเปลี่ยนโลก

Cover Story

ถอดรหัส World Gym จากตำนาน Muscle Beach กับกลยุทธ์ 'Big Box 888 บาท' บุกตลาดไทย

ถอดรหัส World Gym จากตำนาน Muscle Beach กับกลยุทธ์ 'Big Box 888 บาท' บุกตลาดไทย

Evolution_of_fitness_culture_202608291211.jpeg

“เราไม่ได้มาเพียงเพื่อเปิดยิม แต่ต้องการทำให้ฟิตเนสระดับเวิลด์คลาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของทุกคน โดยนำตำนานความเชี่ยวชาญกว่า 50 ปี และเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาขับเคลื่อนเป้าหมายนี้ให้เป็นจริง”

คำกล่าวของ จอห์น คารัคซิโอ ประธานกรรมการและประธานบริษัท World Gym Corporation ที่ไม่ได้เป็นเพียงแถลงการณ์เปิดตัวธุรกิจทั่วไป แต่คือการประกาศก้าวสำคัญของแบรนด์ฟิตเนสระดับตำนานที่มีจุดกำเนิดในสหรัฐอเมริกา ก่อนจะถูกเจียระไนจนเติบโตอย่างก้าวกระโดดในไต้หวัน กระทั่งก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และล่าสุดกับการปักหมุดเปิดตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2026 ด้วยกลยุทธ์ Big Box 888 บาท

3 (4)_0.jpg

การบุกตลาดไทยในครั้งนี้ของ World Gym ไม่ใช่แค่การเปิดสาขาเพิ่มของฟิตเนสต่างชาติทั่วไป แต่คือ Business Case Study ที่น่าจับตาที่สุดกรณีหนึ่งในวงการ Wellness Commerce

World Gym คือใคร และเริ่มต้นอย่างไร เราจะพาไปทำความรู้จัก

จุดเริ่มต้นของ World Gym เกิดขึ้นในปี 1976 ณ Venice Beach แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชายหาด Muscle Beach กำลังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมการเพาะกายของอเมริกา

19_eb5bd2c558.jpg

ผู้ก่อตั้งคือ Joe Gold (โจ โกลด์) นักเพาะกายระดับตำนานผู้มีความหลงใหลในการประดิษฐ์และสร้างอุปกรณ์ออกกำลังกายด้วยตนเอง ในยุคเริ่มต้น อุปกรณ์หลายชิ้นถูกสร้างขึ้นมาในโรงกลึงเพื่อใช้เอง ก่อนที่เขาจะเปิด World Gym ขึ้นอย่างเป็นทางการ  DNA ยุคแรกจึงเต็มไปด้วยเรื่องของความแข็งแกร่ง วินัย และการสร้างกล้ามเนื้อแบบจริงจัง โดยมีนักเพาะกายระดับโลกอย่าง Arnold Schwarzenegger เป็นสมาชิกประจำ

14_9854a221a0.jpg

ในทศวรรษ 1980 World Gym ได้เริ่มขยายสาขาผ่านระบบแฟรนไชส์ทั้งในและนอกสหรัฐอเมริกา ค่อยๆ เปลี่ยนภาพจำจากยิมเพาะกายเฉพาะกลุ่มไปสู่แบรนด์ฟิตเนสระดับนานาชาติ โดยใช้โมเดลแฟรนไชส์เป็นเครื่องมือหลักในการขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนของตัวเองในทุกจุด

15_9df1709201.jpg

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่ไต้หวัน

ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดกลับเกิดขึ้นในไต้หวัน เมื่อ World Gym Taiwan นำสิทธิ์แฟรนไชส์เข้ามาบริหารในปี 2001 และทำการรีโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ จากยิมเพาะกายเฉพาะกลุ่ม (Niche) ปรับไปสู่ Fitness & Wellness Center สำหรับคนทั่วไป (Mass) โดยใช้กลยุทธ์ Multi-format ทั้ง Full Service, Sport, Express และ FitZone เพื่อเจาะทุก Segment ของพื้นที่

ความสำเร็จในไต้หวันเติบโตจนมีมากกว่า 140 สาขา นำไปสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันของ World Fitness Services (World Gym Corporation) ในช่วงต้นปี 2024 และในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ฝั่งไต้หวันก็สร้างปรากฏการณ์ "ลูกซื้อกิจการแม่" ด้วยการเข้าซื้อกิจการ World Gym International ทั้งหมด ส่งผลให้ทุนไต้หวันกลายเป็นผู้ถือสิทธิ์แฟรนไชส์ทั่วโลกครอบคลุม 10 ประเทศ รวมกว่า 297 สาขา และสมาชิกเกิน 1 ล้านคน

R5_C_3384_Enhanced_NR_27fbdb6b89.jpg

"เราเติบโตทีละก้าวอย่างระมัดระวัง แต่รักษากำไรและความยั่งยืนไว้ได้เสมอ นั่นคือเหตุผลที่เราเป็นบริษัทฟิตเนสที่ไม่มีภาระหนี้เสีย และพร้อมนำบทเรียนนี้มาปรับใช้กับประเทศไทย" จอห์น คารัคซิโอ ประธานกรรมการและประธานบริษัท World Gym Corporation กล่าวถึงปรัชญาบริหาร

2 (5)_0.jpg

ทำไมต้องเป็น 'สำโรง' และช่องว่าง 3% ของตลาดไทย

คำถามสำคัญคือ ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงเลือกเปิดสาขาแรกในไทยที่ อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง แทนที่จะเป็นย่าน CBD ใจกลางเมือง?

เบื้องหลังการตัดสินใจนี้มาจากตัวเลขสถิติทางอสังหาริมทรัพย์และพฤติกรรมผู้บริโภค:

  • Penetration Rate ที่ยังต่ำ: อัตราการเข้าถึงฟิตเนสของคนไทยอยู่ที่เพียง 3% เมื่อเทียบกับไต้หวัน (5%), ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้ (6-8%) หรือสหรัฐฯ (20%+) ตัวเลขนี้สะท้อนว่า "ตลาดคนไม่เคยเข้าฟิตเนส" ในไทยยังมีขนาดมหาศาล
  • การเปลี่ยนแปลงทางอสังหาริมทรัพย์: หลังเฝ้ามองตลาดไทยนานถึง 8 ปี World Gym พบว่าศูนย์การค้าชานเมืองเริ่มเปิดพื้นที่ขนาดใหญ่ในต้นทุนที่บริหารจัดการได้ ต่างจากยุคก่อนที่พื้นที่ระดับหลายพันตารางเมตรในเมืองมีค่าเช่าสูงเกินไป
  • ความหนาแน่นของประชากร: ย่านสำโรงมีประชากรอาศัยหนาแน่นราว 250,000 คน แต่ยังขาดฟิตเนสระดับสากลที่มีอุปกรณ์ครบครัน
R5_C_3578_Enhanced_NR_46e2696979.jpg

สงครามราคาแบบ Mass Premium: Big Box ในราคา 888 บาท

กลยุทธ์บุกไทยของ World Gym ไม่ใช่การตัดราคา แต่คือการสร้าง Economies of Scale ด้วยรูปแบบ Big Box Fitness บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 3,000–4,000 ตารางเมตร อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ระดับท็อปสเปก (Matrix, Life Fitness), โซน HYROX, เทคโนโลยี AI Posture Diagnostics วิเคราะห์สรีระ และ MyZone วัดอัตราการเต้นหัวใจ

แต่สิ่งที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการคือการตั้งราคาสมาชิกเริ่มต้นเพียง 888 บาท/เดือน (พร้อมเว้นค่าแรกเข้า)

5 (3)_0.jpg

นี่คือการถอดโมเดล Mass Premium จากไต้หวันมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ รักษามาตรฐานอุปกรณ์และบริการระดับพรีเมียม แต่ใช้ขนาดพื้นที่และจำนวนสมาชิกมาถัวเฉลี่ยต้นทุน เพื่อตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกและดึงราคาลงมาให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

นอกจากนี้ World Gym ไทยจะใช้โมเดล Corporate-owned (ลงทุนและบริหารเอง 100%) โดยไม่ขายแฟรนไชส์ เพื่อควบคุมคุณภาพการบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศ

7 (1)_0.jpg

เกมยาว 18 เดือน กับ 6 สาขาใหม่

สาขาแรกที่สำโรงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดย World Gym วางโรดแมปปักหมุดให้ครบ 6 สาขาภายใน 18 เดือน โดยสาขาที่สองจะเผยโฉมช่วงปลายปี 2026 และจะขยายสาขาใหม่ทุกๆ 3-4 เดือน กระจายไปยังทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์

โจทย์ใหญ่ของ World Gym ในไทยจึงไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการพิสูจน์ว่า "สูตรสำเร็จจากไต้หวัน" จะสามารถเปลี่ยนคนไทยอีก 97% ให้ก้าวเข้าสู่ฟิตเนสได้มากน้อยแค่ไหน และนี่คือบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์เกือบครึ่งศตวรรษ จะสามารถเปลี่ยน "ตำนาน" ให้กลายเป็น "ผลกำไรที่ยั่งยืน" ในตลาดใหม่ได้หรือไม่